All About Music Thailand
Culture
Migos (2017)

    คือผมชอบ Migos นะ ต้องเปิดตัวก่อน เดี๋ยวเห็นเขียนรีวิวสั้นแล้วจะโดนหาว่ารีวิวผ่านๆ ดาดๆ ตามกระแส เพลงเขาดีครับ แต่มันก็ไม่มีอะไรให้บรรยายถึงมากด้วย สามสหาย Quavo Offset Takeoff เขาเฟี้ยวไปเฟี้ยวมาในกระแสมาก็นานแล้ว เพลงฮิตได้ยินกันบ้างเป็นระลอก ๆ ก็ไม่ใช่หน้าใหม่ ที่พัฒนามากับทษวรรษร่วมของแทรปแร็พ มีทั้งช่วงที่มันต่ำตมและช่วงที่ดีที่สุด (คิดว่าตอนนี้) ไม่ได้ติดตามพวกเขามาแต่เริ่ม ไม่ได้คิดตามต่ออย่างจริงจัง มีมิกซ์เทปมากมายและอัลบั้มแรกที่ไม่มีอะไรให้พูดถึงมาก ไม่คิดจะรีวิวแม้แต่น้อย ยอมรับว่ามองข้าม แต่ไม่เคยปฏิเสธว่า Migos กำลังพยายามทำอะไรที่แตกต่างตั้งแต่ต้นด้วยความสามารถของทั้งสามรวมกัน ได้ผลบ้างไม่ได้บ้าง คือพัฒนาการมันชัดเจนมากเลยนะ โดยเฉพาะการนำเสนอ ทั้งที่เป็นเรื่องเดิม โฟลวเดิมซ้ำไปซ้ำมา พูดถึงสุรานารี เสพค้า หรูหรา และความรุนแรงนอกกฎหมายทั้งหลาย ด้วยอัลบั้มที่สองนี่แหละทั้งสามถึงเริ่มนำความเป็นศิลปินที่มีหน้าที่นำเสนอผลงานศิลปะให้มีคุณค่ามากกว่าแค่สร้างแทร็คลิสต์ในผับ แม้แต่เพลงที่ไร้สาระที่สุดยังรู้สึกถึงจิตวิญญาณที่ลงแรงใส่ในเพลง พลังเสียงที่อัดแน่น สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความจริงจังมาคุอยู่ในห้องโปรดัคชั่น ทุกอย่างยกระดับแบบดีต่อโสตประสาทขึ้นอย่างมาก เปลี่ยน Migos จากเดิมที่เรานึกภาพยังไม่ค่อยออกเลย หน้าตาเป็นไงนะ มีกี่คน? กลายเป็นตอนนี้เริ่มเปรียบเทียบแล้วว่าชอบคนไหนดีที่สุดในกลุ่ม (ของผม Offset แน่นอน!)

 

 

 

 

     ที่น่าขำคือก่อนอัลบั้มนี้โปรโมทมันเคยมีข้อถกเถียงเว้ยครับว่าเพลงไหนของ Migos ฮิตสุด ที่คิดว่าจะเป็นวันฮิทวอนเดอร์ของพวกเขา พอ “Bad & Boujee” โผล่มาคือทุกอย่างก่อนหน้านี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย Migos ในช่วงหลังยังได้พัฒนาแนวทางของตัวเองให้มีความเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มมากขึ้น แยกโฟลวของแต่ละคนเป็นสัดเป็นส่วน แต่ก็มีความสมัครสมานสามัคคี (ทำไมฟังดูน่ารัก5555) เคมีเข้ากันโดยธรรมชาติ ทุกคนทำหน้าที่ตัวเอง ขณะเดียวกันก็คอยสอดรับประสานบาร์กับอีกคนด้วย สกิลการ adlib ให้กันและกันของวงนี้มันเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบและยากที่จะหาผู้ใดเปรียบ ไม่แปลกใจที่ Donald Glover เคยบอกว่าพวกเขามีอะไรบางอย่างเหมือนบีเทิลส์ในเรื่องของบทบาทของสมาชิกในวง เมื่อตรงนี้ทำได้ดีแล้ว ก็เหลือเรื่องของโปรดัคชั่น Migos เริ่มทิ้งระยะจากรูปแบบที่เน้นการแหกปากกับเบสหนักและสแนร์ ตะแล๊กแต๊กแต๊กอย่างเดียว มาเป็นอะไรที่คุมโทนและมีคลาส ขยายห้องเสียงที่ใส่เครื่องดนตรีมาเพิ่มบรรยากาศให้แตกต่างกันไปตามเพลง สังเกตดูเพลง T-ShirtBig On BigDeadz นี่ไปคนละแนวเลย อารมณ์เพลงมีช่วงที่ระทึกบ้าง ลึกลับ ตื่นเต้น รุนแรง อ่อนไหวบ้าง..แต่ก็ยังไม่ใช่ระดับที่เป็นเพื่อนเล่นมึงได้นะ ใจเย็น แต่เลือดก็เย็นนะ ให้เราได้สนุกกับ Migos ในหลาย ๆ มิติมากขึ้นทั้งในตัวเพลงและภาพลักษณ์ของตัวบุคคล เมื่อก่อนผมลำบากใจเสมอถ้าเวลาถามว่าเข้าถึงเพลงพวกนี้ได้ยังไง ตรง ๆ ก็คือชอบไปได้ไงนั่นแหละ ต่อไปก็คงใช้อัลบั้มนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเลย ลองคิดดูที่พวกเขาพยายามปรับแนวเพลง และที่พากันออกไปถ่ายเอมวีทั่วโลก แต่งตัวเป็นเอสกิโม คาวบอย ร็อคเกอร์ ใส่สูท ทั้งที่ยังห้อยเพชรแขวนทองแร็พเป็นเจ้าพ่ออยู่อย่างนั้น ตามคอนเซ็ป คือคุณต้องเคารพวัฒนธรรมของตัวเองและผู้อื่น เหมือนสิ่งที่ Migos พยายามทำเพื่อเคารพวัฒนธรรม ‘Culture’ ของพวกคุณนะ

 

Released in 2017
Quality Control / YRN / 300
 
Tracklist:
1. Culture (featuring DJ Khaled)
2. T-Shirt
3. Call Casting
4. Bad and Boujee (featuring Lil Uzi Vert)
5. Get Right Witcha
6. Slippery (featuring Gucci Mane)
7. Big on Big
8. What the Price
9. Brown Paper Bag
10. Deadz (featuring 2 Chainz)
11. All Ass
12. Kelly Price (featuring Travis Scott)
13. Out Yo Way
 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit