Jay Rock
Redemption

Jay Rock

อันนี้ไม่ใช่ JROC แรปเปอร์ไทเทเนี่ยม ไม่ใช่ J-Rock จากญี่ปุ่นเกาหลี

แต่เขาคือ Jay Rock แกนนำ Black Hippy และผู้ร่วมสร้าง TDE ขึ้นมาตั้งแต่ Kendrick Lamar ยังไม่มีชื่อ ระหว่างที่เขียนรีวิว นั่งดูสารคดี Road to Redemption ประวัติย่อของเจร็อค รวมถึงค่าย TDE เองด้วย น้ำตาแทบไหล แม้เราจะเริ่มรู้จักค่ายอินดี้นี้กันมาสักพักแล้ว แต่พึ่งมาคราวนี้เองที่ได้เห็นภาพตื้นลึกหนาบางของเส้นทางชีวิตคนในค่าย เคนดริคเลยเล็กจิ๋วขนาดไหน ทุกคนเคยบ้าบิ่นกันมาขนาดไหน เรียกได้ว่าโตกันมาแบบครอบครัวจริงๆ และ Jay Rock เคยเป็นคนสำคัญอย่างไรนั้น ลองหาดูกันได้ พึ่งปล่อยมาแค่สองตอน

https://www.youtube.com/watch?v=nTlX2K5lEXg

ตอนนี้ก็เดินทางมาถึงอัลบั้มที่สามของเจ้าตัวแล้ว

เจร็อคถูกมองเป็นมวยรองเสมอในแง่ของศิลปินที่ทำอัลบั้ม หรือเซนส์ชั้นเชิงทางดนตรี (ไม่เคยฟังอัลบั้ม ‘Follow Me Home’ และ ‘90059’ ก็ฟังพอผ่านๆ) ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ไม่เคยขึ้นไปถึงระดับเมนสตรีมเต็มตัว แต่ในฐานะแรปเปอร์คนหนึ่งความสามารถเขาก็ไม่เคยถูกตั้งคำถาม อย่างน้อยก็รักษามาตรฐานได้ดีมาตลอด

Redemption สรุปง่ายๆ เป็นการฟื้นคืน ไถ่ทวงคืนอะไรซักอย่าง หลังจาก Jay Rock แกประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้มเมื่อปี 2016 แล้วมันไปปลุกยักษ์ในตัวเขา ให้ยอมทิ้งทิฐติ ยึดถือภาพลักษณ์ต่างๆ ออกจากคอมฟอร์ทโซนมาทำอะไรที่หลากหลายขึ้น รวมถึงทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมร้อยเท่า

ซึ่งเป็นความจริงจากความรู้สึกที่ได้รับฟังตั้งแต่ต้นจนจบ เขาพัฒนาขอบเขตทางดนตรีของตัวเองได้จริงๆ จากเดิมที่เขาพยายามเป็นแค่ไอ้โหด ไอ้กล้ามชาวแก๊ง ในเสื้อกล้ามพยายามเป็น 2pac ซาวด์ดิบๆ เนื้อหาเถื่อนๆ มาคราวนี้เขาได้ลองปรับแนวทางตัวเอง ให้มีกลิ่นส่วนผสมของเวสต์โคสที่ไม่ตึงมากแบบ YG โปรดัคชั่นแบบ Schoolboy Q สนุกแต่บ้าพลังแบบ DMX รวมถึงเพลงช้าอีก เยอะ

คือ เขาเริ่มอัลบั้มด้วยการเอาตีนยันหน้าเราในเพลง The Bloodiest แล้วค่อยๆ ลูบหลัง For What It’s Worth และ Knock It off ช้าๆ นุ่มๆ บีทสไตล์ Drake เลยแหละ ซึ่งชอบมาก Sample เพราะมาก รวมถึง Tap Out กับ Redemption ได้ SZA ร้องท่อนฮุกให้ คือรู้เลยว่ามีการพยายามทำเพลงฮิตด้วย (บางช่วงเฮียมีความพยายามร้องเพลงเองด้วย 5555) หวังว่าจะเจาะกลุ่มได้หลากหลายขึ้น

จากนั้นอึดใจเดียวแกก็ถีบเราไปต่อด้วย ES Tales กับ Rotation 112th (มันส์มาก) แบบไม่ทันตั้งตัว ไหนจะ King’s Dead อีก ตลอดอัลบั้มคือเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง แต่เป็นความรู้สึกแบบที่อยู่ในสวนสนุก มันฟังต่อไปเรื่อยๆ ได้ ไม่มีช่วงไหนที่รู้สึกเบื่อ

ที่ชอบที่สุดคงเป็น OSOM ไม่รู้ไปทำยังไงถึงดีลได้ J.Cole มา แต่เรียกได้ว่าเหมาะเจาะสุดๆ ตามคอนเซ็ปอัลบั้มคือความพยายามบาลานซ์ระหว่างชีวิตแรปเปอร์ และชีวิตดั้งเดิมของ Jay Rock เอง (เจย์จะต่างจาก Kendrick ตรงที่ว่าเขามาจากแก๊ง Blood โดยตรงเลย ปัจจุบันก็เป็นอยู่ ส่วนเคนดริคจะเป็นแค่คนกลุ่มที่โดนลูกหลงอยู่ระหว่างนั้น) ไม่รู้จะเลือกทางไหนก็มีแต่เสียหาย กับตัวเอง กับเพื่อน กับคนรอบตัว โคลถ่ายทอดอารมณ์ส่วนนี้ออกมากินใจสุดๆ สไตล์ถนัดอยู่แล้ว

อารมณ์แบบสับสนไม่รู้จะไปทางไหนดี ลำบากเหลือเกิน ตามที่ภาพปกอัลบั้มบอก ได้แต่เงยหน้าหวังความช่วยเหลือคนบนฟ้า ร็อคบอกว่าหลังจากรอดชีวิตจากอุบัติเหตุมา เขาก็มีศรัทธาตรงนี้มากขึ้น

เพลง Wow Freestyle นี่… ทั้งเคนดริคทั้งร็อค รั่วครับ รั่วมาก มั่วมาก จากปกติทำเพลงได้ดีด้วยกันมาตลอด เข้าใจว่าเป็นฟรีสไตล์ ปล่อยสบายๆ บ้าง แต่มันเป็นเพลงที่ไม่มีความจำเป็นอะไรต้องเอามาใส่อัลบั้มนี้เลย

อาจจะเพราะสาเหตุนึง สังเกตอย่างหนึ่งคือเคนดริคเขาพยายามอย่างมากในการช่วยเหลือรุ่นพี่ โดยไม่ให้เงาอันยิ่งใหญ่ของตัวเองแกไปบดบังรัศมีของรุ่นพี่ จากที่เป็นมาตลอดไม่ว่าจะเป็น Money Trees, King’s Dead, Vice City จะเห็นเสียงแกในสไตล์ต่างๆ แทรกอยู่ในหลายเพลงของอัลบั้ม แต่จะไม่เด่นมากไป ใน King’s Dead ฉบับอัลบั้มนี้ท่อนท้ายของเคนดริคก็ถูกตัดออกไปด้วย

เฉยๆ กับ Broke+- แม้ตัวเนื้อหาน่าจะดีสุดในอัลบั้ม แต่โปรดัคชั่นมันไม่ค่อยขับอารมณ์ออกมาให้อินเต็มที่เท่าไหร่ และสุดท้ายไม่ชอบเพลง WIN เลย เป็นการประกาศชัยชนะที่ฟังดู เก้ๆ กังๆ แปลกๆ

โดยรวมแล้ว เกินความคาดหมายอยู่พอสมควร บันเทิงพอใช้ คิดว่านี่คือท็อปฟอร์มของ Jay Rock แล้ว แต่ยังหวังเล็กๆ ว่าแกจะยังมีของให้ปล่อย ให้ไปได้ไกลกว่านี้อีก

จบ.

คิดเล่นๆ ถ้าร็อคแกรถล้มแล้วกลับมาค้นพบตัวเอง พัฒนาแบบปุบปับได้ แล้ว Offset ที่พึ่งเฉียดตายยิ่งกว่านี่จะเป็นยังไงบ้างนะ

 

เพลงโปรดThe Bloodiest, For What It’s Worth, ES Tales, Troopers, OSOM, King’s Dead, Redemption

 
Released in 2018
Top Dawg / Interscope
 
Tracklist:
1. The Bloodiest
2. For What It’s Worth
3. Knock It Off
4. ES Tales
5. Rotation 112th
6. Tap Out (featuring Jeremih)
7. OSOM (featuring J. Cole)
8. King’s Dead (featuring Future) 
9. Troopers
10. Broke +-
11. Wow Freestyle (featuring Kendrick Lamar)
12. Redemption (featuring SZA)
13. Win
14. Shit Real (featuring Tee Grizzley)
15. The Other Side (featuring Mozzy and Dcmbr)
 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit