Eminem
Kamikaze
Eminem

Kamikaze อัลบั้มล่าสุด อันดับที่สิบ ของตำนานแรปเปอร์ที่ยังมีชีวิต Eminem/Slim Shady ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำไปมากกว่านี้ละมั้ง

เกริ่นก่อน อัลบั้มนี้คือ การตอบโต้หรือท้าชนคนที่พูดถึง Eminem ในแง่ลบ ทั้งกับตัวเขาเองและผลงานเพลงต่างๆ ที่ทำมาในช่วงหลัง การรีวิวนี้ก็เลยจะเป็นการที่เราวิจารณ์ Eminem ที่กำลังวิจารณ์คนที่วิพากษ์ วิจารณ์ Eminem อีกที (งงดิ งงดิ)

มันเป็นอัลบั้มที่เหมือนเราเห็น Eminem พึ่งเสร็จจากการอ่านรีวิวของคนอื่นจากอัลบั้มชุดก่อน ‘Revival’ ซึ่งส่วนมากเป็นผลในแง่ลบ ไม่ว่าจะคำวิจารณ์จากสื่อ จากข่าว จากความคิดเห็นของผู้คน ทุกข้อความ ทุกแบบฉบับ ออฟไลน์ออนไลน์ จนแกหัวร้อนไฟลุก บึ้ม! และตัดสินใจเขียนเพลงพร้อมไฝว้ทันที อารมณ์ขึ้นเครื่องบินพลีชีพแล้วชนแบบในปกอัลบั้มเลย หลังจากอัลบั้ม Revival ชายผู้รักสงบเพียงไม่ถึงปี นี่เป็นคอนเซ็ปไอเดียอัลบั้มที่สดมาก

เท่าที่รวบรวมได้ จะมี 5 ประเด็นที่อยากแสดงความเห็น และอยากให้เพื่อนๆ ลองแสดงความเห็นเช่นกันครับ

1. เรื่องการ Diss (Disrespect) หรือ Calls Out แรปเปอร์และคนดังอื่นๆ

เพลง The Ringer, Fall, Not Alike ต้องยอมรับ นะครับ มันเป็นไฮไลท์ที่ทำให้อัลบั้มนี้ขายได้ (มากกว่า Revival) จริงๆ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ชัดอยู่ว่าเนื้อความการดิสของแกน่าจะตีความจาก Steroytypes จำพวก “แรปเปอร์สมัยใหม่ห่วย” “พวก Lil นู่น Lil นี่” จากอินเตอร์เน็ต การแซะแรปเปอร์ยุคใหม่ เรื่องการลายสักบนหน้าหรือเล่นยาดื่ม Lean คือมีเหตุผลบ้างลำเอียงบ้าง (ไม่นับประเด็นส่วนตัวกับ MGK) แต่ก็ให้ความสีสันบันเทิงกับวงการได้มากเลยทีเดียว จะมีกรณีของ Tyler The Creater ที่ดูจะใช้คำหนักไปนิด แต่เท่าที่เห็นจนตอนนี้ยังไม่มีใครติดใจอะไรมากเกิน แต่อ่า สำหรับผมมีตรงนึง คือที่แกด่าแรปเปอร์นิวเจนแทบทุกคน แต่กลับชื่นชม Big Sean กับ Hopsin นี่มันไม่ไหวจริงๆ ผมแทบไม่เคยได้รับความบันเทิงอะไรจากไอ้จากสองตัวนี้เลยนะ พวกสายเนื้อเพลงที่ดีกว่านี้มีเยอะแยะนะเฮีย

Eminem ยังมีการ Mocking หรือเลียนแบบสไตล์ โฟลว จากแรปเปอร์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นของ Lil Pump, Kendrick Lamar, Migos และอื่นๆ ด้วยความตั้งใจต่างกันไป ดูถูกบ้าง ชื่นชมบ้าง ยกตัวอย่างบ้าง แต่ในมุมมองของการดิสแล้ว การเลียนแบบโดยล้อเลียนสไตล์แล้วฟังดูแปลกๆ มันให้ความรู้สึกที่งอแงแบบเด็กมากเลยอ่ะ (รวมการโควทคำจากนักวิจารณ์อื่นๆ แล้วดัดเสียงด้วยน) คือ J.Cole อัลบั้มก่อนที่เคยทำแบบนี้มันฟังดูดีไปเลย บางอย่างแค่พูดถึงเฉยๆ คิดว่าน่าจะพอแล้ว ผมเลยจะกลางๆ กับประเด็นนี้ ถึงในเพจเราจะโพสต์เยอะก็เถอะ

2. ความสับสนในเนื้อหาแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนในการฟังอัลบั้ม Eminem

ใน Statement ครั้งนี้ นอกจากจะด่ากราดแล้ว Eminem ก็ต้องการจะพูดคุยแบบตรงไปตรงมากับทุกคนและทุกเรื่องที่เรา นักร้อง สื่อ และคนฟังเผชิญร่วมกันมา ถ้าเข้าใจไม่ผิดก็คงเพราะอยากให้ทุกอย่างมันจบ เคลียร์ๆ ไป เพราะหลายๆ อย่างมันก็ยืดเยื้อมานานเกินแล้ว แต่เหมือนยิ่งแกพูดก็ยิ่งเข้าใจว่า ก็เฮียนั่นแหละคือเหตุผลที่มันไม่จบสักที อย่างเช่น

(1) Eminem ด่า ซึ่งด่าจริงๆ ด่ายับ ด่าแบบ ฉิบหาย พวกคนที่ไม่พอใจอัลบั้ม Revival ว่าผิดอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งแกดันด่าไปพร้อมๆ กับยอมรับว่า Revival ก็คือความล้มเหลวของตัวเองเช่นกัน คือตกลงผมจะรู้สึกผิดดีไหมที่ไม่ชอบ Revival

(2) ลักษณะความสัมพันธ์ชู้สาวทั้งคนเก่าคนใหม่ ที่เฮียแกพยายามอธิบายผมก็ยังรู้สึกยังไงๆ อยู่ จะสื่อว่าที่ผ่านมามันไม่ดี ตอนนี้ก็ไม่ดี หรือแกพยายามทำให้มันดีอยู่?

(3) เรื่องที่เคลียร์กับ D12 ปัญหาวงแยกหลังจากเพื่อน Proof ตายและเรื่องภายในอื่นๆ ซึ่งผมจะไม่ทำเป็นรู้ดีหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แกบอกชัดว่ามันไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ซึ่งโอเค อันนี้เคลียร์ก็ได้

(4) ภาพลักษณ์ระหว่าง Eminem คนปัจจุบัน ผู้เป็นผู้ใหญ่ คนรักครอบครัว กับ Eminemในอดีต ไอ้เด็กเปรตหรือที่เรียกว่า Slim Shady ซึ่งสี่-ห้าอัลบั้มหลังสุด สิ่งที่ Eminem ทำทุกอัลบั้มคือการพยายามดึงตัวตนเก่าๆ อันดิบเถื่อนของเขาออกมา แต่ขณะเดียวกันก็บอกว่า ไม่ดีหรอก เราโตแล้ว ผ่านมันมาแล้ว ไอ้นั่นมันชั่วร้าย แล้วผ่านไปแว่บนึงแกก็เหมือนหมดแรงจูงใจต้องดึงมันออกมาอีก ผีเข้าผีออกอยู่อย่างนั้น แต่ต้องยอมรับว่า Kamikaze เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดเลยที่ Slim Shady (ถ้ายังมีตัวตนอยู่) คงจะอยากทำ

3. Performance หรือ ความสามารถในการนำเสนอ ไอเดีย เนื้อหา ที่มากมายเหล่านี้

เรื่องการแร็พก็ยังไม่ใช่ปัญหาที่เราใช้โจมตีคนๆ นี้ได้ ยิ่งอัลบั้มนี้มีความโฟกัสในเนื้อเพลงมากกว่า Revival มีการเตรียมตัวมาดี มีความซับซ้อน ลึกซึ้ง บันเทิง ให้นั่งแกะกันอย่างเพลิดเพลิน ไม่ต้องคำนึงเรื่องบีทมาก โดยเฉพาะที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการพุ่งโจมตีคนอื่น ลุงยังคงความสามารถในแร็พแบทเทิลสไตล์ได้แจ่มจัด มีบาร์พิลึกๆ น้อยลง แต่ก็ยังไม่ทิ้งอารมณ์ขัน ส่วนไอ้การแร็พเร็วเนี่ย ต้องบอกว่า ปกติมันก็ไม่ใช่อะไรที่คนจะ ว้าววว ตลอดเวลาเหมือน Rap God ขนาดนั้นไงเฮีย มันไม่จำเป็นขนาดนั้น ควรดูที่อารมณ์เพลง คือบทจะมาแกก็มาเหมือนคนพูดไม่รู้เรื่องพยายามจะสื่อสา

สำหรับอารมณ์การร้อง การแร็พ ถ้าเป็นปัจจุบันที่สุดจะชอบ Eminem ในโหมดขี้เล่นมากกว่านะ เหมือนเพลง So Far กับ Berzerk ในอัลบั้ม MMLP2 หรือถ้าจะโหดก็คือเถื่อนสัสๆ ให้สุดโต่งเหมือนเมื่อก่อนไปเลย ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นไปได้แล้ว เพราะส่วนมากน้ำเสียง(ตามอายุ)ยิ่งฟังแกโกรธยิ่งเหมือนคุณลุงย้ำคิดย้ำบ่นคนนึง ไม่ว่าเขาจะพยายามพูดอะไรที่สำคัญยังไง ซึ่งอัลบั้มนี้ก็จะมีโหมดเล่นๆ อย่างที่ว่านั้นในหลายๆ ส่วน ไม่มัวมานั่งบ่นเรื่องน้ำเน่าซ้ำซาก มีอะไรก็ใส่เข้าไปเลยเต็มที่ หรือแบบหน่ายๆ เมาๆ เพลง Normal Girl ก็ฟังดูแปลกดี

และ เฮียร้องท่อนฮุกแย่มากครับ หลายเพลงเลย

4. โปรดัคชั่น

อ่าาาาาา อันนี้ง่ายอยู่ ฟังง่ายมาก จะรู้สึกถึงความน้อย แคบ ไม่หลากหลายเท่า Revival แต่กลับได้ผลในภาพรวมที่ดูมั่นคงกว่า นอกจากเอ็กซ์คลูซีฟโปรดิวซ์โดย Dr Dre เอ็มก็ดึงเอาโปรดิวเซอร์ที่กำลังมีชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Mike Will Make it, Boi-1da หรือที่เซอร์ไพรส์มากคือ Tay Keith แสดงให้เห็นว่าเอ็มมิเน็มก็เริ่มโฟกัสอยู่เหมือนกันในการเลือกสิ่งที่จะเหมาะกับสไตล์ตัวเองด้วย ฝีมือมีระดับอยู่ในปัจจุบันด้วย

รวมถึงคนที่มา Featuring ก็กำลังพอดี เท่าที่เห็นก็คนกันเองทั้งนั้น คือทุกอย่างมันไม่เยอะจนมั่ว เอียน เหมือน Revival ซาวด์รวมจะยังคงรูปแบบของ Aftermath คือเน้นเล่นเบสปรับให้เข้ากับโฟลวของเอ็มให้ได้ ไม่วุ่นวาย แต่ก็ต้องไม่น่าเบื่อ จะได้ยินการสับบีทในเพลง ‘Not Alike’ และ ‘Kamikaze’ ซึ่งมันส์โคตรๆ (หลังๆ นี้ฮิพฮอพจำพวก Banger จะทำกันมากขึ้น) อาจจะมีหลุดธีมแปลกๆ ในเพลงช่วงหลังแบบ Nice Guy กับ Good Guy ได้ Jessie Reyez มาร่วมร้อง แต่ผมชอบ Nice Guy เป็นพิเศษนะ เนื่องจากเป็นคนชอบฟังศิลปินลองแหวกแนวตัวเอง (จนเพี้ยน 5555555)

5. ไอเดีย และ ความก้าวหน้า?

จากที่ได้ฟัง Paul Rosenburg Skit ทำให้นึกได้ว่าไอ้การตัดสินใจทำอัลบั้มแบบนี้มันก็มีผลอยู่นะ และเจ้าตัวดูจะรู้ดีที่สุด Eminem ถึงแร็พเก่ง แต่เขาไม่ใช่นักคิดทบทวนชีวิตก่อนจะทำบางอย่างที่ตัวเองต้องการ หรือเป็นนักตรรกศาสตร์ หรือเป็นคนที่จะถ่ายทอดอะไรที่ได้ผลเลิศหรูในฐานะศิลปินมากนัก อิมแพ็คไหม? ใช่ สมบูรณ์แบบ? ไม่มีทาง เราเลยจะเห็นความ Hyprcrisy ในคำพูดของเอ็มอยู่บ่อยๆ ซึ่งเหมือนเจ้าตัวก็ไม่ค่อยรู้ตัว ทำให้ตัวเองตกเป็นเป้าโจมตีจากนักวิจารณ์

ซึ่งอย่างที่ใน Skit Paul แกว่าไว้ การตอบรับนักวิจารณ์ด้วยการวิจารณ์กลับพร้อมพาลด่าคนอื่นๆ มันอาจจะได้ใจแฟนเพลงหรือสร้างสีสันให้วงการได้แค่ตอนนี้ แต่มันจะส่งผลดีกับตัวเขาเองระยะยาวหรือเปล่า กลัวมันจะเหมือนคนแก่บ้าจี้ตามกระแสมากไป (ใน skit ที่สองเหมือนแกจะขับรถตามไปฆ่าคนที่วิจารณ์ไรม์แกเลยนา โห)

แต่ด้วยความมั่น ในการปล่อยอัลบั้มนี้ยัดหน้าแฟนเพลงและนักวิจารณ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งทำให้ผมมั่นใจว่าเฮียแกจะยังไม่หยุดแค่นี้แน่นอน อย่างน้อยก็ช่วยบังๆ ภาพความฝืดของอัลบั้ม Revivial ไปได้ก่อน เผลอๆ นี่จะเป็นแค่อัลบั้มคั่นเวลาก่อนคลื่นลูกต่อไป ถ้าคุณดูที่ปกอัลบั้มดีๆ แม้จะเลียนแบบมาจากคอนเซ็ปเครื่องบินชนของอัลบั้ม Licensed to Ill ซึ่งในต้นฉบับนั้นในเครื่องบินชนแล้วหัวยุบพังยับเยิน แต่ของ Eminem นั้น เพียงแค่พุ่งเข้าใส่แล้วระเบิดเป้าหมายโดยที่ตัวเครื่องบินแทบไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย พร้อมนักบินยกนิ้วกลางให้ด้วย

ตาม Context แล้วก็เหมือนแกมาทิ้งระเบิดหยอมแหยม แล้วบินต่อไปมากกว่า แต่อย่างน้อยมันก็รู้สึกดีที่ได้รู้ว่าแกยังมีอาวุธ

สุดท้าย! Eminem กลับมารอบนี้ถือเป็นการฆ่าเวลาได้ดีเลยแหละ ไม่เสียดายเวลาเหมือนอัลบั้มก่อน แฟนเพลงคงพอใจกัน (ไหม?) และยังน่าจะกระตุ้นแรปเปอร์และอีกหลายคนในวงการด้วย ต้องขอบคุณจริงๆ สำหรับท่านตำนาน Eminem ที่แวะเวียนมาเล่นกับเรา ต่อไปสัญญาว่าจะบ่นเรื่องเฮียน้อยลง 555555

แล้วเจอกันใหม่นะ

 

เพลงโปรดThe Ringer, Lucky You, Not Alike, Kamikaze

 
Released in 2018
Aftermath / Interscope / Shady
 
Tracklist:
1. The Ringer
2. Greatest
3. Lucky you (featuring Joyner Lucas)
4. Paul (skit; performed by Paul Rosenberg)
5. Normal
6. Em Calls Paul (skit)
7. Stepping Stone
8. Not Alike (featuring Royce da 5’9”)
9. Kamikaze
10. Fall
11. Nice Guy (with Jessie Reyez)
12. Good Guy (featuring Jessie Reyez)
13. Venom (Music from the Motion Picture)
 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit