Brockhampton



IRIDESCENE
Brockhampton

เอาตรงๆ ว่า ไม่ฟีลงานนี้เท่าไหร่ครับ น่าจะชอบน้อยที่สุดของ Brockhampton แล้ว

หลังจากงานไตรภาค Saturation ผ่านมาเพียงปีเดียว อเมริกันแร็พ collective (เรียกเป็น Group ไม่ได้ เยอะเกิน) ยังรักษามาตรฐานในการปล่อยผลงานให้เสพย์กันอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข่าวคราวการเปลี่ยนแปลงมากมายจากภายใน อย่างการออกจากวงกระทันหันของ Ameer สมาชิกคนสำคัญ ที่ถูกขุดเรื่องพฤติกรรมการคุกคามทางเพศในอดีตจากแฟนเก่า

เดาว่าคงเป็นเหตุสำคัญให้ทางวงต้องปรับเปลี่ยนทั้งตัวเพลงและแผนงานต่างๆ อย่างชื่ออัลบั้มที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนแฟนคลับหัวหมุน และคงเป็นอีกสาเหตุเช่นกันที่ทำให้อารมณ์รวมๆ ของอัลบั้มมัน ไม่รู้สิ วุ่นวาย ไม่สมประกอบอย่างไรชอบกล ฟังจนจบผมก็ยังไม่เข้าใจคอนเซ็ปอัลบั้มเท่าไหร่ ปกติอัลบั้ม Brockhampton เป็นอะไรที่ฟังสมูธมากตั้งแต่เริ่มยันจบ

Iridescence มอบสิ่งที่เรียกว่าการยกระดับงานทดลองไปอีกขั้น…อีกครั้ง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า broackhampton มักจะใช้ซาวด์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละอัลบั้ม ถ้าใครคิดว่า Saturation 3 มันเริ่มไปไกลแล้ว รอบนี้คือหลุดไปเลย

แต่ก็อย่างว่า ผลการทดลองรอบนี้เหมือนจะไม่ตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ ผมว่า Kevin เล่นใหญ่ไป ไม่ก็ Romil ไม่ก็ Joba หรือใครสักคนนั่นแหละ

จะรู้สึกได้ถึงความกดดันตัวเองของทุกคนเลย ทั้งเหนื่อย ทั้งสับสนเหมือนไม่รู้จะถ่ายทอดความรู้สึกส่วนไหนก่อน ซึ่งก็จริงอย่างที่เนื้อหาหลายๆ เพลงเองก็เล่าถึงชื่อเสียงที่มาพร้อมกับภาระที่มากขึ้น จนมันเริ่มเกินการควบคุมของพวกเขา (ออกแนวบ่น แบบปีก่อนพวกกูยังเป็นใครก็ไม่รู้อยู่เลย) อันนี้ก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เมื่ออยู่ในสถานะใหม่ เงื่อนไขและบรรยากาศการทำงานเปลี่ยนไป ก็ต้องเจอกับความท้าท้ายใหม่อยู่แล้ว

สะใจตรงนึงที่รอบนี้ Joba เด่นกว่าเพื่อนนี่แหละ ปกติชอบคนนี้ที่สุดอยู่แล้ว เพลง ‘J’Ouvert’ นี่ไม่รู้เก็บกดมาจากไหน ปกติช่วงเพลงหนักๆ นี่ Merlyn แกเก็บกินหมด

ส่วน Dom กับ Matt ถูกลดบทบาทลงมาเยอะ มี Bearface ได้ดันขึ้นมาแทน

แต่ก็มีบางช่วงที่บรรยากาศเพลงมีความ emotional ออกมาแบบเลือกสุ่มมาก นอกจากเพลง ‘Weight’ แล้วก็จะมีช่วงท้ายของเพลง ‘Honey’ หรือ ‘San Marcos’ หรือแม้แต่ ’Tonya’ ก็ด้วย ทุกเพลงมันจะสามารถเป็นเพลงพักผ่อนที่ฟีลมันเตรียมพร้อมจะจบอัลบั้มได้ดีแล้ว แต่ม้นก็ไม่ยอมจบซะที

รอบนี้มีซาวด์อคูสติค และ R&B นี่แหละที่โดดเด่นและเหมือนจะทำได้ดีกว่างานก่อนๆ แต่ Banger ไม่ค่อยพีคเหมือนเดิม ไม่เชื่อลองเทียบทุกเพลงในอัลบั้มนี้กับเพลง Boogie จากอัลบั้มก่อนเพลงเดียวก็พ

และไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่ Kevin บอกว่าได้แรงบันดาลใจจากอัลบั้ม Kid A ของ Radiohead นี่ผมต้องฟังมากกว่านี้สิบรอบรึเปล่านะ ถึงจะเข้าถึง

แต่ทุกคนอย่าลืมนะว่านี่เป็นแค่การเริ่มต้นของไตรภาคใหม่ ‘The Best Year of Our Life’ ซึ่ง ‘Fabric’ เพลงจบก็ทำหน้าที่บิวท์ไปต่อที่อัลบั้มต่อไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องที่พวกเขาจะหมด passion ไปหรือยังนั้น ยังตัดสินไม่ได้แน่นอน

 

เพลงโปรดNew Orleans, Thug Life, J’Ouvert, Weight, Honey, San Marcos, Tonya

 
Released in 2018
Question Everything / RCA
 

STREAMINGS

SpotifyAppleYoutube Music

 

 

BUYING

Amazon

 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit