6
Everything’s For Sale
Boogie

เดบิวท์แรกของแรปเปอร์จากคอมป์ตัน และความหวังใหม่ของค่าย Shady Records

เคยได้ยินเพลง Boogie เพลงแรกน่าจะเป็น ‘Oh My’ ตั้งแต่ปีไหนไม่รู้ หันกลับมาเจอแกปล่อยมาแล้ว 3 มิกซ์เทปรวด แล้วปุบปับโดนป๋า Eminem จับเซ็นเข้าค่ายเฉย (2017) อึ้งดิ ขนาดนั้นเลยเร๊อะ เป็นที่มาของอัลบั้มเดบิวท์นี้

จากมุมมองคนที่ไม่เคยฟังผลงานเต็มของ Boogie มาก่อน หลังจากได้ฟัง มีมุมมองที่กลางๆ กับ Boogie และอัลบั้มนี้ ยังไม่รู้สึกว่าเขาจะสามารถเขยิบออกมาจากแถวหลังของแร็พเกมมาเป็นอะไรที่โดดเด่นได

เสียง Boogie จะคล้ายๆ Chance the Rapper เป็นโรคซึมเศร้า หรือแกเป็นเฉพาะอัลบั้มนี้ก็ไม่รู้นะ และเพลงเขาจะมี Vibe บางอย่างที่ติดใจเรา ดูมีเซนส์เชิงดนตรีสร้างสรรค์อยู่บ้าง ไม่ใช่เอาแต่แร็พหูดับตับไหม้เหมือนเด็กค่าย Eminem คนอื่นๆ

คงเป็นเพราะว่าอัลบั้มนี้ Boogie ต้องการเน้นหนักไปที่การถ่ายทอดความรู้สึกส่วนตัว ถึงจะไม่ได้ลงดีเทลระเอียดยิบแต่ก็มีโมเมนท์ที่ทำให้เราสัมผัสได้จากการร้อง ช่วงบทสนทนา interlude และจากท่อนพันช์ไลน์จากหลายๆ เพลง

หัวเรื่องครอบคลุมอยู่กับความเบื่อหน่ายของ Boogie ต่อไลฟ์สไตล์เดิมๆ สภาพแวดล้อมที่อันตราย เรื่องชื่อเสียงที่กำลังมีมากขึ้น และปัญหาครอบครัว ส่วนชื่ออัลบั้ม Everything’s for Sale นี้ไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร

ชอบเพลงแรก Tired/Reflections ที่ Boogie มีจิกกัดผู้ฟังที่ชอบบ่นว่าเบื่อเรื่องที่เขาเล่าแล้ว เรื่อง Compton เรื่องแก๊งๆ เรื่องชีวิตลำบากยากจนอะไรต่างๆ Boogie เลยสวนไปว่า เบื่อได้ยินใช่ไหม กูก็เบื่อที่ต้องมีชีวิตแบบนี้เหมือนกันแหละ

Boogie ชี้ให้เราเห็นแบบชัดๆ โดยการเล่าฉากที่เริ่มจากการมีชีวิตที่มีความสุขดีกับคนรัก เริ่มได้เป็นที่รู้จัก ก่อนทุกอย่างจะค่อยๆ ผันเปลี่ยนเป็นความขมขื่น หลังจากเติบโต มีครอบครัวก็ทะเลาะเบาะแว้งกัน การเป็นคนดังก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

คุณจะยิ่งโดนดูถูก สบประมาทหนักมากหากเป็นศิลปิน/แรปเปอร์ดังแล้วยังติดอยู่แค่ระดับกลางๆ ใต้พวกตัวท็อปจากในสายเดียวกัน ขณะที่สภาพแวดล้อมในสังคมรอบตัวก็ไม่มีอะไรดีขึ้น Boogie รู้สึกเหมือนตัวเองใช้ชีวิตอยู่ตรงทางตัน

ประเด็นนี้ถูกเน้นชัดมากในเพลง Self Destruction ที่ Boogie ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังถอยหลัง สับสนในตัวเอง ระบบความคิดรวนไปหมด เป็นเพลงแรงๆ สนุกๆ จากไม่กี่เพลงในอัลบั้ม รวมกับ Rainy Days ที่ได้ Eminem มาช่วยรัวลิ้น และเพลง Soho feat. JID ผู้มีโทนเสียงไม่ค่อยต่างกันจนแทบแยกไม่ออก

ที่บอกว่าเขาเหมือน Chance the Rapper เป็นโรคซึมเศร้าก็เพราะว่านอกจากแกจะมีเสียงแหบๆ ห้าวๆ แหลมปลายคล้ายกันแล้ว เวลาร้องเพลง Boogie ไม่สามารถสร้างเพลงที่มีความเบิกบานหรือบันเทิงด้วยน้ำเสียงเดียวกันกับ Chance ได้เลย แกจะดิ่งลงในความคิดด้านลบของตัวเองเป็นเพลงมู้ดเศร้าได้ตลอด

เป็นอัลบั้มที่ซาวด์และอารมณ์น่าสนใจอยู่นะ แม้เนื้อหายังคลุมเครือเหมือนยังไม่จบในเล่ม หลังจากนี้คงรู้สึกไม่คาดหวังอะไรมากกับ Boogie แต่คงยังเร็วเกินไปที่จะมองข้ามไปเลยทุกอย่าง ให้เวลาเขาค้นหาตัวเองอีกหน่อย สำหรับเราเค้าก็ยังเป็นพวกหน้าใหม่อยู่นะ

 

เพลงโปรดLolsmh, Soho, Whose Fault, No Warning, Self Destruction

 
Released in 2019

Shady / Interscope / LVRN

 

STREAMINGS

SpotifyAppleYoutube Music

BUYING

Amazon

 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit