6
SYRE
Jaden

‘SYRE’ อัลบั้มเด็กสับสนชีวิต

Jaden Smith นักแสดง นักร้อง นักแต่งเพลง แรปเปอร์ นายแบบ นักทวิต และไอ้หนูคาราเต้คิด คือหนุ่มน้อยผู้จากการถูกนำไปเปรียบเทียบกับคนพ่อผู้โด่งดังอย่าง วิล สมิธ ตั้งแต่เกิด

ย้อนกลับไป Jaden ตัดสินใจใช้ชีวิตวัยเด็กเดินสายเอ็นเตอร์เทนเนอร์สาขาต่างๆ จนมาถึงวิถีแรปเปอร์ ได้สร้างผลงานที่เป็นอัลบั้มเต็มครั้งแรก หลังจากมีมิกซ์เทปก่อนหน้า CTV 1, 2 และหนึ่งอีพี (เราจะไม่พูดถึง Never Say Never)

ซิงเกิ้ลนำแรก ‘Fallen’ นั้นย้อนไปถึงเดือนธันวาคม ปี 2016 พร้อมกับงาน Visual แปลกตาประกอบอัลบั้ม ซึ่งได้ความสนใจจากสื่อพอสมควร ก่อนจะตามมาด้วยซิลเกิลอื่น ๆ

Syre มาจากชื่อเต็ม Jaden Christopher “Syre” Smith ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าขณะทำอัลบั้ม คำว่า ไซร์ นี้คือสิ่งผุดขึ้นมาในหัวเฉย ๆ แบบไม่มีเหตุผล แต่ Jaden เชื่อว่า มันคือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเขาไป และเหมาะสมกับการใช้เป็นชื่องานชิ้นนี้ที่สุดแล้ว

SYRE คือคาแร็คเตอร์ที่ไร้เดียงสา และพยายามต่อสู้ดิ้นรนต่ออุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต คือไอ้บื้อที่ไล่ตามดวงอาทิตย์ (คล้าย ๆ Icarus ในตำนานกรีก) แล้วถูกเผาตาย นั่นคือสิ่งที่ Jaden พยายามจะสื่อ

แต่สำหรับอัลบั้มนี้ จะเริ่มยังไงดี

จินตนาการและวิธีการถ่ายทอดความคิดของเจเดนอย่างที่เราเข้าใจในอัลบั้มนี้ สามารถตีความเป็นไปได้สองทางคือ ถ้าไม่ใช่การบรรลุอะไรสักอย่าง ก็คือมันบ้า

นั่นคือสิ่งเราได้ยินจากเสียงวิจารณ์ทั่วไปหลังจากอัลบั้มนี้ออกจำหน่าย คือสองเสียงที่ขัดแย้ง ชอบ หรือ เกลียด แต่สิ่งเราอยากยกขึ้นมาอธิบายให้ดูจะไม่ใช่ทั้งสองอย่างนั้น

เราอยากให้คุณลองมองเขา ในฐานะผู้ใหญ่ที่กำลังมองเด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่กำลังเผชิญหน้ากับโลกภายนอก และตีความมันไปในมุมมองต่าง ๆ ตามวุฒิภาวะของเขาจะพาไป

SYRE จะมีเรื่องราวต่าง ๆ ถ่ายทอดในรูปแบบต่าง ๆ แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่

ซึ่งทุกอย่างนั้นเกริ่นนำด้วย ‘BLUE’

ต้องเข้าใจ ‘B – L – U – E’ ก่อน ว่ามันคือไอเดียของ Jaden ที่จะแยกเพลงเดียวออกเป็นตัวอักษรได้สี่ตัว สี่แทร็ค ซึ่งใช้เวลาถึงสามปี! ในการสร้าง

เป็นการรวบรวมแนวคิดของอัลบั้มไว้ ก่อนที่จะเริ่มฟังเพลงที่เหลือในอัลบั้มเพื่อขยายความออกไป

แล้วมันรวบรวมอะไรไว้? Jaden เริ่มแทร็คแรกด้วยเสียงกล่อม คล้ายการเล่าบทนิทาน เสียงกล่องเพลงไขลาน และฟีลบัลลาดเบาๆ ซึ่งได้ Pia Mia และ Willow Smith น้องสาวของเขามาช่วยร้อง

Jaden เล่าเกี่ยวกับการสร้างสรรค์สรรพสิ่งสิ่งต่าง ๆ ของพระเจ้า รวมถึงการกำเนิดมนุษย์ เชยชมรูปทรงที่งดงามของผู้หญิง

ระหว่างที่บรรยากาศเพลงกำลังฟุ้งเฟ้อลอยล่องอยู่บนฟ้านั้น บีทเพลงก็ Switch ไปเป็นบีท Trap เหมือนตอนนี้คุณตก ปุ๊! ลงมาอยู่บนพื้นโลกแล้ว ก็ถึงเวลาที่ Jaden พร้อมนำเสนอเนื้อหาทางโลกบ้าง

เริ่มมีกีต้าร์และเครื่องดนตรีโทนหนักอื่น ๆ เข้ามาช่วยปรับอารมณ์มากขึ้น จนถึงประมาณช่วงเพลง ‘U’ จุดที่โกลาหลจนฟังไม่ออกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น อาจจะสื่อถึงปัญหาความสัมพันธ์ต่าง ๆ ในชีวิต

จนถึงเพลง ‘E’ Jaden เป็นเพลงช้าลงจนเสมอกับเพลงแรก จะสื่อว่า หลังจากมันมีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้น (คืออะไรก็ยังไม่รู้) และทุกอย่างนั้น คือสิ่งที่ทำให้เขา ‘Blue’ ในที่สุด (Blue หมายถึงอารมณ์บลูส์ มืด ๆ ซึม ๆ สลดสลัว)

และจบลงตอนที่เขาตื่นขึ้นมาในชีวิตจริง ซึ่งมันล้อต่อไปยังเพลง ‘Breakfast’ หลังจากตื่นแล้ว ก็ทานอาหารเช้า

ตั้งแต่จุดนี้ไปไม่มีความจำเป็นที่ต้องเล่าเป็นลำดับ เพราะเจเดนแค่สุ่มเอาโมเมนท์ในชีวิตประจำวันเขามาเล่าต่อกันเป็นทอด ๆ สุ่ม ๆ แล้วค่อยสอดแทรกสิ่งเกี่ยวกับคอนเซ็ปอัลบั้มเข้าไป ซึ่งไม่ต้องทำความเข้าใจให้มีตรรกะมาก จะงงเสียเปล่า ๆ

จะสรุปให้เลยเป็นกรอบ 3 ส่วนใหญ่ ๆ ว่าเกี่ยวกับอะไรบ้าง

1. เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ของ Jaden

” So… do you party much? ”

เพลง Breakfast บีทสไตล์ Old Kanye พร้อม vocal เล็กน้อยจาก A$AP Rocky บอกเล่าถึงไลฟ์สไตล์ของเด็กฐานะดี อยู่กับเดอะแก๊งหรือเพื่อน ๆ ของเขา (MSFTS) และใช้ชีวิตแบบ Young Wild Free ในเมื่อตัวเองเป็นเด็กรวย
เขาเชื่อตัวเองจะเป็นอะไรก็ได้ แม้แต่ ‘Batman’ (พ่อมึงแสดงเป็น Deadshot ไม่ใช่รึ)

เพลงไฮป์ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ช่วงกลางอัลบั้ม อบอวลไปด้วย ego ของวัยรุ่น อย่าง ‘Icon’ และ ‘Watch Me’ Jaden รู้ตัวว่าตัวเองตกอยู่ใต้สายตาของคนในวงการมาตลอด และพร้อมเผชิญหน้ามันอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะในฐานะใหม่นี้ คือเป็น Rapper

2. ความพยายามเข้าใจชีวิต

” The story of a boy who chased the sunset until it chased him “

เจเดนเข้าสู่ช่วงลอยเคว้งคว้างและสับสนระหว่างพยายามเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต

‘George Jeff’ เพลงที่ผมชอบที่สุด (เพราะบีท) คือการก็ดิ้นรนที่จะเอาตัวรอดในสถานะการณ์ที่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจ แต่ Jaden ก็ยังแสดงความมั่นใจและพร้อมจะตายเพื่อฟื้นขึ้นมาเป็นคนใหม่ (“resurrect”) และเพลง ‘Hope’ อธิบายด้วยคอนเซ็ปของความหวังว่า ต่อไปอะไร ๆ จะดีขึ้นมาเอง

3. ความไม่เข้าใจชีวิต

” A beautiful confusion, I’m SYRE “

หนึ่งในเนื้อเพลงบอกว่า “ไล่ล่าพระอาทิตย์ที่กำลังตก แต่สุดท้ายถูกมันย้อนไล่ล่าแทน”

ในเพลง ‘The Passion’ Jaden ค้นพบว่าความทะเยอทะยานของเขาที่ผ่านมาไม่มีประโยชน์ใด ๆ ในที่สุด ที่เพลง ‘Lost Boys’ ก็ดูเหมือนว่า Jaden จะยอมรับว่าตัวเองหลงทาง จนต้องย้อนกลับมามองพิจารณาตัวเอง มองมุมกว้าง มองด้วยมุมของบุคคลที่ 3

แล้ว SYRE ก็จบไปแบบนั้น Jaden เล่าถึงทุกอย่างแล้วเปลี่ยนให้มันเป็นแค่ภาพทรงจำ ไม่มีความหมาย เหมือนมองสุนับไล่งับหางตัวเอง

แล้ว SYRE ก็ตายไป

SYRE เต็มไปด้วยการผสมผสานของแนวเพลงและแนวคิดที่วุ่นวายสับสน ซึ่งสอดรับดีกับไอเดียเนื้อหาเกี่ยวความสับสนของคนทำอัลบั้ม ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยกับนักวิจารณ์ว่า Jaden พยายามทำให้เรื่องที่ง่าย ๆ ให้มัน Deep โดยไม่จำเป็น แทบจะทุกท่อน Jaden พยายามทดลอมากไปและออกมาไม่ค่อยจะโอเคกับความรู้สึกเราเท่าไหร่ บีทนี่แทบจะ Switch ทุกนาทีเลย

แต่ก็อย่างว่าแหละครับ มันคือคอนเซ็ปเด็กพยายามเข้าใจโลก เชื่อว่าทุกคนนะครับ เคยเป็นวัยรุ่น และเคยมีช่วงเวลาที่ตัวเองมีความคิดแปลกๆ ออกแนวต่อต้าน ขวางโลก รู้สึกว่าตัวเองรู้ทุกอย่างแล้ว จนตัวเองที๋โตขึ้นมาหน่อยมองย้อนกลับไปแล้วอายตัวเองว่ากูทำอะไรลงไปเนี่ย Jaden ก็เป็นเช่นนั้น

ในฐานะเด็กเซเลปที่ทำงานนู่นนี่นั่นอยู่ตลอดเวลาแล้วต้องรักษาแนวทางของอัลบั้มไปด้วยคงยากพอตัว ระยะเวลาการทำอัลบั้มก็นานมาก จนอาจจะหลุดโฟกัสจากสิ่งที่คิดไว้ตอนแรกไป

มองในแง่ดีนี่ก็เป็นแนวทางที่เปิดกว้างดีสำหรับ Jaden ที่คิดลองผิดลองถูก เพราะไม่มีข้อจำกัดในตัวเองอยู่แล้ว เวลามี ทุนมี

 

เพลงโปรดB, E, Ninety, Falcon, Icon, George Jeff

 
Released in 2019
MSFTS Music / Roc Nation / Interscope / Republic
 

STREAMINGS

SpotifyAppleYoutube Music

BUYING

Amazon

 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit