The College Dropout
Kanye West

วันที่ 23 ตุลาคม ปี 2002 คานเย่ โอมารี เวสต์ โปรดิวเซอร์โนเนมวัย 25 ปี จากชิคาโก อเมริกา ผู้ที่กำลังขับรถกลับบ้านจากการทำงานที่สตูดิโอจนล่วงดึก เกิดหลับใน ประสบอุบัติเหตุรถชน กรามแตก ถูกลวดขึงไว้รอบปากระหว่างเข้าการรักษา จนแทบพูดไม่ได้

สถานการณ์เช่นนี้ปกติแล้วสามารถบั่นทอนกำลังจิตใจของนักร้องหรือศิลปินทั่วไปได้อย่างมาก จนอาจต้องตัดสินใจเลิกเดินทางสายนี้ไป โดยเฉพาะสำหรับคนที่พึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นสร้างตัวเอง

แต่ไม่ใช่สำหรับ Kanye West ผู้ที่ยังคงดิ้นรนทำงานต่อทั้งสภาพอย่างนั้น

ผลลัพธ์คือ เพลง ‘Through the Wire’ หนึ่งในโมเมนท์สำคัญที่เล่าเรื่องราวของอัลบั้ม สาเหตุที่เวอร์ชั่นต้นฉบับที่ไม่ได้นำมาใช้มันฟังดูอู้อี้แปลกๆ ก็เพราะปากของเขายังไม่สามารถขยับออกเสียงได้เต็มที่ระหว่างการรักษาตัวนั่นเอง

สำหรับ Kanye แล้ว หลังจากเหตุการณ์นั้นสองปี มันคือบทเรียนสอนให้ตระหนักว่าเขาควรจะต้องพูด แสดงออก ใช้ชีวิต ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่มีโอกาส เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้คานเย่ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะเดินทางสายแรปเปอร์ จากอดีตที่เป็นเพียงโปรดิวเซอร์ให้ศิลปินอื่นๆ และกลายเป็นจุดพลิกผันสำคัญของผู้ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนฮิพฮอพไปตลอดกาล

เหตุการณ์นี้นำมาสู่การสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดคอนเซ็ปสตูดิโออัลบั้มแรกของเขา คือ ‘The College Dropout’ (หลังจาก 3 มิกซ์เทปแรก) แปลว่า ‘การดร็อปเรียนจากมหาวิทยาลัย’

ที่จริงแค่ชื่ออัลบั้มก็เหมือนเฉลยเรื่องราวในอัลบั้มไปส่วนหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะนอกจากเรื่องการศึกษาหรือระบบโรงเรียนแล้ว คานเย่ยังวิพากษ์ต่อเนื่องต่อไปถึงมุมมองในสังคมด้านต่างๆ

เช่น ชีวิตการทำงานหลังเรียนจบ การเลือกปฏิบัติในสถาบันต่างๆ สถานบันการเมือง สถาบันครอบครัว ศาสนา เรื่องเพศ เรื่องวัตถุนิยม วงการดนตรีและฮิพฮอพ ทั้งในเชิงเสียดสีและจริงจัง ทั้งจากประสบการณ์การส่วนตัวและการเพิ่มเสริมเติมแต่งขึ้นมาเอง

คานเย่คิดว่าเขาคือคนเดียวที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ได้ครอบคลุมและสร้างอิมแพ็คให้วัฒนธรรมดนตรีในช่วงนั้นได้มากที่สุด (ความคิดแบบพวก Creative, Influencer, Mastermind) เพราะช่วงนั้น ต้นปี 2000s เป็นช่วงที่ฮิพฮอพเริ่มอิ่มตัวจากรูปแบบเดิมของพวก Gangster Rap หรือ Consciouss Rap อีสต์โคสต์-เวสต์โคสต์ และเริ่มเข้าหาแร็พประเภทปาร์ตี้ ป๊อป-อาร์แอนด์บี ตามความต้องการของตลาด

ไม่ค่อยมีใครสนใจแล้วว่าดนตรีแร็พจำเป็นต้องพูดอะไรที่สำคัญ หรือต้องมีความสร้างสรรค์อะไรมากมาย คานเย่เห็นปัญหาข้อนี้ และเห็นศักยภาพด้านดนตรีของตัวเองที่จะสามารถเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ และสามารถชักจูงผู้อื่นให้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย

* นอกจาก ‘The College Dropout’ แล้ว ปี 2004 เท่าที่จำได้จะมีอีกหนึ่งอัลบั้มที่น่าจดจำก็ ‘Madvillainy’ ของคู่หู Madvillain ซึ่งก็เป็นอัลบั้ม groundbreaking สำหรับฮิพฮอพทั้งคู่ แม้จะคนละสายกันก็ตาม

อัลบั้มเริ่มต้นที่ Skit ของ DeRay Davis คอมเมเดี้ยนผู้เลียนเสียง Bernie Mac อีกที รับบทเป็นอาจารย์ขึ้นพูดกับนักเรียน เพราะว่าตามธีมนั้นคานเย่ต้องการให้มีคนรับบทอาจารย์มหาวิทยาลัยแบบสมมติ เป็นคนบอกให้คานเย่กล่าวสุนทรพจน์จบการศึกษาให้เด็กๆ ฟัง ซึ่งที่จริงแล้ว Kanye คือคนที่เรียนไม่จบ

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขากำลังจะพูดจึงไม่ใช่สุนทรพจน์ทั่วไป เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ผลของการศึกษาของสถาบันทั่วๆ ไป เป็นสิ่งที่โรงเรียนไม่สอนเรา เป็นสิ่งเราไม่ค่อยได้ยินในเพลงโลกฮิพฮอพ หรือในวงการเพลง ซึ่งนี่เป็นไอเดียหลักสำคัญที่อัลบั้มพยายามนำเสนอ

‘We Don’t Care’ คานเย่บอกเด็กๆ ให้ทำตามที่ใจตัวเองต้องการ โรงเรียนไม่ใช่ทุกอย่าง การทำงานไม่ใช่ทุกอย่าง เหมือนอย่างที่ตัวเขาเองเข้าสู่โลกของฮิพฮอพก็ไม่จำเป็นต้องมีพื้นเพจากการเป็น Gangster หรือไม่จำเป็นต้องขายยาเสพติดมาก่อน หรือต้องทำเพลงที่มีแต่เนื้อหาตามความต้องการของค่ายเพลงอย่างเดียวเสมอไป

เพลง ‘All Falls Down’ คานเย่โจมตีระบบทุนนิยมและสังคมอเมริกาที่สูบเลือดสูบเนื้อจากคนใช้แรงงานหาเช้ากินค่ำ ขณะที่คนที่ได้ครอบครองของดีมักกจะเป็นผู้ที่ร่ำรวยกว่ามาก เชื่อมโยงไปจนถึงเรื่องการค้าทาส การกดขี่คนผิวสี อันนี้ก็ถือว่าธรรมดาของฮิพฮอพ

‘Jesus Walks’ อีกเพลงที่คานเย่โจมตีประเด็นศาสนาอย่างรุนแรง (ไม่เท่า Yeezus) ว่าสื่อพยายามหลีกเลี่ยงปัญหาและพาดพิงถึงศาสนาในเพลง ทั้งที่มันก็เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยกว่าปัญหาสังคมอื่นๆ หลายคนยังยกให้เพลงนี้เป็นเพลงดีที่สุดของคานเย่

‘Slow Jamz’ เพลงอันดับ 1 ในชาร์ตจากอัลบั้ม คือเพลง Sample เพลงโซลเด่นๆ เพลงแรกที่คานเย่ทดลองทำได้ประสบความสำเร็จที่สุด ได้ Twista สายแร็พเร็ว และ Jamie Foxx นักแสดงซึ่งขณะนั้นไม่เคยเป็นนักร้องอย่างจริงจังมาก่อนมาทำงานร่วมกันในเพลงช้าสุดซึ้งนี้ และออกมาลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

โปรดัคชั่นเป็นที่รู้จักกันยุคแรกๆ ของคานเย่ในการ Sample เพลงโซลด้วยการบีบเสียงให้เร็วและแหลมเหมือนตัวชิปมังค์ ใช้เป็นท่อนฮุคหรือเสียงแบ็คกราวด์ประกอบระหว่างที่คานเย่แร็พ เพราะเจ้าตัวตอนนั้นยังไม่ค่อยร้องเพลงเองแบบจริงจัง

และยังมีเพลงอย่าง ‘The New Workout Plan’ เพลงที่เหมือนจะไม่จริงจังที่สุดอัลบั้ม เกี่ยวกับการเป็นเทรนเนอร์ให้สาวๆ ออกกำลังกายจะได้ฟิตเฟิร์มออกล่าผู้ชายได้อย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นอะไรที่เราไม่เคยเจอมาก่อนในฮิพฮอพ

‘Never Let Me Down’ อีกเพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์เฉียดตายจากรถชน ฟีทเจอริ่ง Jay-Z เพื่อนร่วมงานเดิมผู้เป็นส่วนผลักดันให้ผลงานของ Kanye เป็นที่รู้จักเมื่อเริ่มแรก

แต่หลายๆ verse จากแขกรับเชิญอัลบั้มนี้รู้สึกไม่โดดเด่นเท่าที่ควร แม้ว่าจะมีแต่ตัวท็อปๆ (ของ Jay-Z ก็ใช้ท่อนรีไซเคิลจากเพลงเก่า) อาจจะเพราะ Kanye ตอนนั้นยังเป็นใครไม่รู้ ก็เลยเหมือนทำช่วยพอเสร็จๆ แล้วก็ออกไป แต่มองในแง่ดีมันก็ช่วยเพิ่มพื้นที่ Kanye ได้ perform ในงานของตัวเองมากกว่าคนอื่นๆ เช่นกัน

ถึงส่วนตัวแล้วนี่จะไม่ใช่อัลบั้มโปรดของผู้เขียนจากคานเย่ เวสต์ แต่อย่างไร ‘Spaceship’ (ยานอวกาศ) ยังเป็นเพลงโปรดเสมอเวลาต้องการกำลังใจ เป็นเพลงที่สอนเราว่า มันโอเคที่จะรู้สึกท้อแท้บ้างระหว่างไล่ตามความฝัน ความฝันซึ่งเรารู้ตัวดีว่าคงไม่เป็นจริงได้ง่ายๆ อยู่แล้วถ้าเรายอมแพ้ไปเสียก่อน คือหยุดพักได้ แต่ห้ามถอยหลัง

* Elon Musk คนดังเจ้าของบริษัทเอกชน SpaceX ที่ทำจรวดออกอวกาศได้ด้วยตัวเองคนแรกก็ได้แรงบันดาลใจจากเพลงของ Kanye West นะครับ อันนี้พึ่งมารู้ไม่นานและรู้สึกตลกดี

เพลง ‘Last Call’ เล่าเกี่ยวกับการผันตัวของคานเย่จากการเป็นโปรดิวเซอร์ไปเป็นแรปเปอร์เต็มตัว เป็นแทร็คที่ยาวถึง 12 นาที แต่เป็นบทพูดที่กินเวลาไปเกือบ 9 นาที เพราะ Kanye West มีเรื่องที่ต้องการพูดเยอะมาก มากเกินที่จะใส่ในเพลงๆ เดียว หรือในอัลบั้มเดียว

อย่างที่เล่าไปข้างต้น นับตั้งแต่วันที่คานเย่รักษาตัวจากอุบัติเหตุจนต้องเย็บ ดาม ขึงปากจนแทบพูดไม่ได้ จนมาวันนี้เขายังไม่สามารถหยุดพูดได้เลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ถ้าวันนั้น Kanye ไม่ตัดสินใจพูด ไม่ตัดสินใจทำ ทุกวันนี้ใครล่ะจะทำ?

เราจะเห็นว่าไอเดียการกล้าแสดงออก การคิดทำสิ่งใหม่ๆ นี้ยังคงเป็นดาบสองคมสำหรับชีวิตของ Kanye West ด้วยความแสดงออกแบบตรงไปตรงมาของเขา มันมักจะพ่วงมาด้วยความที่มันไม่ได้ไตร่ตรองมาก่อนด้วย แทนที่จะสร้างผลดีมันเลยกลับกลายเป็นการกระทำแง่ลบบ้าง ทำให้คนไม่พอใจบ่อยๆ

ก่อนที่อัลบั้มนี้จะออก คงไม่มีใครสามารถทำนายผลลัพธ์ของมันหรือเห็นอนาคตของตัวเองได้ดีเท่าตัวคานเย่เองอีกแล้ว พี่แกสร้างและกำหนดธีมของอัลบั้มที่สอง (Late Registration) ไปเรียบร้อยก่อนที่อัลบั้มแรกจะเสร็จและก่อนที่เขาจะมีค่ายสังกัดอยู่ซะอีก

เราได้เห็นอัลบั้มนี้เป็นจุดเริ่มต้น และเป็นสิ่งที่ปูทางสร้างความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในชีวิตศิลปินของคานเย่ ด้าน Impact ที่เขาสร้างมาจนถึงปัจจุบันนั้นคงไม่จำเป็นต้องสาธยายอะไรมากแล้ว นอกเหนือจากซาวด์ดนตรีแต่ละอัลบั้มที่พัฒนาไปตามกาลเวลา Kanye จะยังมี energy นักสู้ นักสร้างสรรค์ความเปลี่ยนแปลง ผู้แสดงออกมันอย่างไม่สนโลก ซึ่งมันยังเป็นไอเดียหลักจาก ‘The College Dropout’ สิ่งทีเป็นคานเย่คนเดิมอยู่ในนั้นเสมอ

 

เพลงโปรดWe Don’t Care, Graduation Day, All Falls Down, I’ll Fly Away, Spaceship, Jesus Walks, Never Let Me Down, Get’ Em High, Slow Jamz, School Spirit, Lil Jimmy, Two Words, Family Business, Last Call

 
Released in 2004
Def Jam / Roc-A-Fella
 

STREAMINGS

SpotifyAppleYoutube Music

BUYING

Amazon

 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit