6
After Hours
The Weeknd

เราได้เห็นเส้นทางการเติบโตของมนุษย์วันหยุดสุดสัปดาห์ The Weeknd หรือชื่อจริงนาย Abel Makkonen Tesfaye อย่างประจักษ์ตานับตั้งแต่แหวกม่านออกสู่เมนสตรีมในปี 2011 ผ่านสี่อัลบั้ม สามมิกซ์เทป ผ่านทรงผมต่างๆ แนวเพลงที่ไม่เคยซ้ำซากจำเจ หลังจาก R&B สายดาร์คใน Trilogy และฉีกออกเป็นป๊อป (ที่ก็ยังดาร์ค) ใน Beaty Behind the Madness The Weeknd คล้ายว่าเขาได้หาลู่ทางที่จะให้ตัวเองประสบความสำเร็จที่สุดเจอแล้ว แต่เขากลับไม่เคยหยุดอยู่แค่นั้น

เสน่ห์อย่างหนึ่งของ The Weeknd คือความมี Persona อันลึกลับเกี่ยวกับตัวตันและอดีตของตัวเอง ทำให้เขามีโอกาสพัฒนา Creative Process ระยะยาว ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนคอนเซ็ปหรือแนวเพลงอะไรคนก็จะบอกไม่ได้ว่าเขาสร้างภาพ เพราะเราก็ไม่รู้นี่ว่าจริงๆ เขาคือใคร

เราฟัง The Weeknd ร้องเพลงกันมานาน แต่น้อยมากที่จะเห็นเขาพูดจอะไรออกสื่อนอกเหนือจากเพื่อการโปรโมทอัลบั้ม เป็นบุคคลสาธราณะคนหนึ่งที่เป็นปริศนาที่สุดที่ผมเคยเจอ เทียบกับสตาร์คนอื่นในรุ่นเดียวกัน เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยจากการตามข่าวปรกติ (นอกจากที่เขาไปคบหรือเลิกกับคนดังๆ) รู้แน่ๆ แค่เป็นคนชอบปาร์ตี้ ชอบเล่นยา และเซ็กส์ แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าอะไรทำบันดาลใจให้เขาติดอยู่ในชีวิตแบบนั้นมานานแสนนาน

และไม่รู้ว่าทำไม After Hours ถึงดูเหมือนเป็นอัลบั้มที่ The Weeknd อยากจะพาตัวเองออกมาจากชีวิตแบบนั้น

มันเหมือนคนกำลังเลิกยาอ่ะ แต่ทำอะไรไม่ถูก แล้วก็สติหลุดกลับไปเล่นเรื่อยๆ จนทุกอย่างกลับแย่ลงกว่าเดิม (ผมตีความว่างั้นนะ)

After Hours ก็เป็นอีก Persona หนึ่งสร้างขึ้นในคาแร็คเตอร์ที่ออกจิตๆ anti-social หน่อย ได้แรงบันดาลใจมาจาก Joker และงานอาร์ตอื่นๆ จากภาพยนตร์คลาสสิคมากมาย เช่น Fear and Loathing in Las Vegas, Casino และ Uncut Gems

After Hours คือการผสมผสานที่ลงตัวของ futureistic synthpop, techno, pop ปี 80s และ trap ในบางส่วน เหมือนเป็นธรรมดาของป๊อปสตาร์รุ่น 2010s ต้องพยายาม Nostalgia โดยการย้อนกลับไปหาแนวเพลงปี 80s-90s ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ที่เห็นทำได้ดีแบบนี้และดาร์คขนาดนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยๆ

ยังอลอวนไปด้วยธีมของความโดดเดี่ยว ความเสพติดในวัตถุและสารเสพติด ความซึมเศร้า เพลงแบบ ‘Hardest to Love’ และ ‘Scared to Live’ แสดงให้เห็นว่า The Weeknd พยายามชี้ต้นเหตุของความตกต่ำทั้งปวงว่าเริ่มมาจากความผิดหวังกับผู้หญิงและอดีตที่เขาก็ยังเล่าไว้แบบคลุมเครือ มีเพลง ‘Snowchild’ พาให้หวนนึกถึงบ้านเกิดของ The Weeknd ที่ Toronto ซึ่งเราทราบเพียงว่า The Weeknd หนีออกจากบ้านมาตั้งแต่ยังเด็ก แสดงว่าต้องเคยมีบางอย่างเกิดขึ้นที่นั่นแน่นอน

‘Faith’ คือเพลงที่ค่อนข้างทรมาณใจ สื่อถึงคนที่กำลังเมาแบบจมดินแต่ก็ดื้นรนอยากจะถอน อยากจะสร่างจากอาการเสพติดต่างๆ แต่ด้วยศรัทธาที่เปราะบางเหลือเกิน

‘Blinding Lights’ และ ‘In Your Eyes’ เป็นเพลงที่เราจะออกมาดิ้นกันสนุกแน่หลังจากเลิกกักตัวกันแล้ว เสียง Sax ตอนจบเพลง In Your Eyes คืออะไรที่สุดยอดและคาดไม่ถึงมาก ส่วน ‘After Hours’ ที่คนยกย่องว่าจะเป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาลของ Abel อันนี้ผมยังไม่ฟีลเท่าไหร่แหะ แต่โปรดัคชั่นก็น่าสนใจดี

‘Until I Bleed Out’ เป็นเพลง Outro สรุปการเส้นเรื่องของอัลบั้มได้ perfect อาจจะแปลได้ว่าเขากำลังที่จะข้ามผ่านความรู้สึกของเขาที่มีกับผู้หญิงในอดีตคนนั้นได้ หรืออาจจะหมายถึงการทุเลาอาการเสพติดกับยาเสพติดก็ได้

ดูเหมือนจะอวยนะ 5555 แต่ส่วนมากผมก็สนใจแค่เนื้อหามันแหละเพราะฟังเพลงเขามานาน ส่วนตัวโปรดัคชั่นอัลบั้มนี้จริงๆ แล้วมันเหมือนแค่อัพเกรดจาก Starboy นิดหน่อยเอง ฟังแรกๆ ก็ตื่นเต้นดี แต่ดูเชิงแล้วจะเบื่อง่ายมากๆ ทั้ง synth ทั้ง Tempo ทั้ง range เสียงที่ Abel ใช้ ครึ่งแรกของอัลบั้มมันแทบจะคล้ายกันหมดเลย

ที่แน่ๆ ผมไม่สงสัยแล้วว่า The Weeknd จะรักษาระดับไปได้อีกไกลในฐานะดาวที่ยังเจิดจริศในศักราชใหม่ ไม่ว่าจะสลับสไตล์ไหนก็ถือว่าอยู่เป็น เขาเข้าใจ pop appeal เข้าใจการวางตัวในสื่อกระแสหลัก และเข้าใจวิธีการรักษาฐานแฟนคลับได้ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ได้อยู่เสมอ สุดยอดครับ

 

หมดโควิดแล้วมาไทยอีกนะ

 

เพลงโปรดHardest To Love, Scared To Live Again, Snowchild, Heartless, Save Your Tears

 
Released in 2020
XO / Republic
 

STREAMINGS

SpotifyAppleYoutube Music

BUYING

Amazon

 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit