3.15.20
Childish Gambino

 

เป็นอัลบั้มที่ฟังผ่านๆ ก็ได้ โอเคระดับนึงนะ เพลินดี แต่ถ้าเกิดตกใจเวลาเจออะไรแปลกๆ เวลาฟังอัลบั้มนี้ แล้วต้องการคำอธิบาย หรือถ้าอยากฟังแบบเจาะลึกจริงๆ ก้อยากให้อ่านรีวิวนี้แล้วมาคุยกันดู ผมว่าเป็นชิ้นงานดนตรีที่น่าสนใจมากอันนึงของปีนี้เลย

การเข้าถึงงานเพลงอะไรก็ตาม ปกติเราจะมีวิธีให้ไปทำการบ้านเกี่ยวกับศิลปินคนนั้น ศึกษาอิทธิพลรอบตัว พยายามทำความเข้าใจบริบท ใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร เอามาประกอบกับข้อมูลของอัลบั้ม มันจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการเสพมากกว่าที่จะไม่คิดอะไรเลย หลายเท่าตัว

ปัญหาคือ method นี้ใช้ไม่ได้กับอัลบั้มนี้ นี่เป็นอัลบั้มที่ไม่มีชื่ออัลบั้มประกอบเป็นนามธรรม ไม่มีภาพบนปกอัลบั้ม และไม่มีชื่อเพลงเกือบทั้งหมด การพยายามไม่กำหนด identity หรือธีมอัลบั้มที่ชัดเจนสำหรับศิลปินเมนสตรีมไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร อย่าง The Beatles ก็เคยทำอัลบั้ม ‘The Beatles’ (ที่แฟนๆ เรียกว่า White Album) ไม่มีชื่อหรือปกอัลบั้ม ปล่อยไว้สีขาวโล่งๆ ซึ่งกลายมาเป็นงานคลาสสิคที่ผ่าตำราการตลาดสมัยนั้นทั้งหมด

แต่อย่างน้อยเพลงในอัลบั้มนั้นมันก็ยังมีชื่อประกอบอยู่ ถึงจะยัดปนกันมั่วไปหน่อยก็เถอะ แต่ 3.15.20 มันแทบไม่มีอะไรเลยนอกจากการใส่ Time Stamps แทนไทเทิลที่เป็นข้อมูลต่างๆ ของอัลบั้ม “3.15.20” เป็นการอ้างอิงถึงวันที่ปล่อยอัลบั้มนี้ออกมาให้เราได้ฟังผ่านสตรีมมิ่งครั้งแรก (3 มีนาคม 2020) ซึ่งตอนนั้นมันเคยมีรูปปกอยู่ ต่อมาเขาลบมันออกจากระบบ แล้วปล่อยออกมาใหม่เป็นรูปแบบปัจจุบัน ขาวๆ โล่งๆ และมีแต่ตัวเลขยุบยิบเป็น Tracklists อ้างอิงถึงระยะนาทีที่เพลงนั้นๆ เล่นนับจากเวลารวมทั้งหมดของอัลบั้ม เช่นเพลงแรก 0:00 คือเริ่มจับเวลาเมื่ออัลบั้มเริ่มเล่นแล้ว

การที่ดีไซน์อัลบั้มไว้แบบนี้ คาดว่าจะเป็นการบอกผู้ฟังนัยๆ ว่าคุณต้องฟังอัลบั้มผ่านสิ่งที่ได้ยินเพียวๆ ณ ตรงนั้น ตอนนั้น และความไม่เข้าใจอะไรสักยอ่างทั้งอย่างนั้นเลย ไม่ต้องสนตัวตนของผู้ร้อง ไม่ต้องสนชื่อเพลง ไม่มีบริบทหรือข้อมูลภายนอกใดๆ มาเล่นกับอารมณ์คุณได้ ขอแค่ฟัง และฟีล

ที่พล่ามมาเนี่ยคือจะบอกว่า ไม่ต้องแปลกใจที่รีวิวนี้แอดจะเวิ่นเว้อกว่าปกตินะ เพราะคอนเซ็ปงานนี้มันเปิดกว้างสำหรับการตีความจริงๆ ถ้าใครเห็นต่างยังไงก็แลกเปลี่ยนกันตอนนี้แหละ

สำหรับผม message ของอัลบั้มนี้คือ
โลกมันโหดร้ายเกินกว่าคุณจะเข้าใจ (ตัวแทนของซาวด์ประหลาดๆ ในอัลบั้ม)
แต่ไม่ต้องห่วงไป ทุกอย่างจะเรียบร้อยเมื่อคุณเรียนรู้ที่จะยอมรับมันได้ (ตัวแทนของซาวด์ร่าเริงสดใสในอัลบั้ม)
สังเกตดูว่าสองอย่างนี้จะเกิดขึ้นควบคู่กันไปตลอดการฟังจนจบ

ง่ายๆ ก็คือไอเดียของการ Pursue God ในรูปแบบหนึ่งนั่นแหละครับ ตอนแรกสันนิษฐานว่างั้น และพอได้เห็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังที่เขาลงเป็น preface หลังปล่อยอัลบั้มแล้ว (https://bit.ly/3cHIqKV) แนวคิดนี้ก็ดูจะเป็นไปได้มากกว่าเดิมอีก การใช้ Time Stamps ก็ดูคล้ายกับการใช้เลขบทระบุคำสอนและเรื่องราวต่างๆ ในคัมภีร์ไบเบิลด้วย

เพลง ‘0:00’ เปิดอัลบั้มด้วยเสียง Ambient ที่ให้ความรู้สึกเหมือนการ Transcend สู่แลนด์สเคปของโลกอนาคต ดิจิทัลดิสโธเปีย มี Vocal เสียงเอคโคดังว่า “We Are…We Are” เป็นระยะๆ สะท้อนอยู่ท่ามกลางความเงียบ น่าจะอุปมาถึงสภาพการณ์ของภาวะการเริ่มต้น การกำเนิด ความเป็น อยู่ คือ

ต่อเนื่องไปเพลงที่สอง ‘Algorhythm’ ที่เกิดการระเบิดความโกลาหลขึ้น ด้วยดนตรี electronic ที่ตล้ายโปรดิวส์โดย gesaffelstein ถ่ายทอดอารมณ์ที่ดุเดือดแต่มีความ melodic แฝงได้เหมือนกับอัลบั้ม Yeezus ของ Kanye West คิดว่ามันคือตัวแทนของความกลัวในสัญชาติญาณมนุษย์เมื่อเราตัดสินใจเผชิญหน้ากับด้านที่โหดร้ายของชีวิตครั้งแร

Donald มีแนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอิทธิพลด้านลบต่อสังคมในอนาคตดังที่เคยฟังกันมาในผลงานชิ้นก่อนๆ แล้วอย่าง ‘Because The Internet’ พูดถึงความไร้สาระของชีวิตบนโซเชียลมีเดีย สำหรับเพลงนี้ ‘Algorhythm’ คือการเล่นคำกับ “algorithm” ภาษาคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับระบบที่ดำเนินไปอย่างอัตโนมัติเมื่อเราป้อนชุดคำสั่งให้แล้วตอบสนองไปตาม input ที่ได้รับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกใช้บนโซเชียลมีเดีย เพื่อให้คอนเทนต์จากระบบเหมาะสมกับรสนิยมการใช้งานของผู้ใช้ เป็นการควบคุมวิถีชีวิตและการกระทำของเราต่อไปในทางอ้อม Donald มีความ paranoid ว่าแนวโน้มจากการใช้ชีวิตแบบสิ้นคิดเช่นนี้จะพาเราไปถึงอนาคตที่ไม่น่ารื่นรมณ์นัก

‘Time’ ยังคงแน่นไปด้วย electronic กับเบสบูมๆ แต่เริ่มมีการเสริมหวานด้วยกีต้าร์กับเสียงร้องของ Ariana Grande ให้รู้สึก Hopeful ขึ้นมา เหมือนมีการลุกขึ้นต่อสู้กับแรงกดดันรอบตัว

เพราะอย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดมาในระบบ “Algorhythm” อันนี้แล้ว มันก็มีปัจจัยแวดล้อมภายนอกที่เราทำอะไรกับไม่ได้นอกจากใช้ “เวลา” ที่เหลืออยู่กับมันต่อไป เพลง ‘42.26’ หรือชื่อเก่า ‘Feels Like Summer’ ก็คงคอนเซ็ปเดียวกัน คือรำพึงถึงความวุ่นวายไร้แก่นสารในสังคมปัจจุบัน เป็นเพลงที่ให้บรรยากาศหอมหวาน ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่สอดแทรกเนื้อหาที่ขมขื่นสุดจะบรรยาย

เพลง ’12.38’ (21 Savage เด่นมากเพลงนี้) กับ ‘19.10’ ได้ความอาร์แอนด์บี ฟังก์-โซลในแบบของเขากลับมาอีกครั้งแบบในอัลบั้ม ‘Awaken, My Love!’ อัลบั้มที่มีสไตล์เพลง nostalgic สำหรับวัฒนธรรมคนผิวสีและความต้องการที่จะแกะรอยไปถึงจิตวิญญาณบรรพบุรุษของตัวเอง ซึ่งก็สมเหคุสมผลดีกับเนื้อหาเพลง ‘19.10’ นี้สำหรับ Donald ผู้ที่กำลังได้รับบทเรียนชีวิตจากคุณพ่อที่พึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2018 เมื่อเขากำลังมีความทุกข์และความสับสนกับชีวิตในขณะนั้นนั่นเอง

ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังฟังดูสวยงามเข้าร่องเข้ารอยจนมาถึงเพลง ‘24.19’ อีโก้และความดิบเถื่อนในเบื้องลึกของจิตใจถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งในเพลง ‘32.22’ ทำให้ Donald ตระหนักว่า นั่นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงของชีวิต เป็นแค่ความพยายามโลกสวยโดยไม่คำนึงถึงสัจธรรมของธรรมชาติ

คอนเซ็ปโลกสวยและความตลกร้ายของชีวิตนี้ ถูกนำมาขยี้อย่างชัดเจนในเพลง ‘35.31’ ดนตรีเพลงคันทรี่สำหรับเด็ก…ที่มีเนื้อเพลงแทรปแร็พ แม้ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าหมายถึงอะไร แต่จังหวะ break down นี่ดีขนลุกเลย

“ชีวิตที่สวยงามคือชีวิตที่ถูกต้องสาป” เป็น verse ที่แทงใจและสรุปภาพรวมอัลบั้มได้ดีสุดๆ ‘39.28’ อีกเพลงที่ต่อเนื่องมา มีเนื้อหาคมคายไม่แพ้กัน มันเกี่ยวกับถ่ายทอดบทเรียนที่ว่านี้จากรุ่นสู่รุ่นอีกครั้ง “ผมคงไม่ได้เริ่มต้นแหวกว่ายหากคุณไม่เริ่มทำมาก่อน/ผมคงไม่ได้อยู่ตรงนี้ถ้าไม่มีคุณ” เพลง ‘47.48’ Donald ยังได้ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ต่อไปถึงลูกของเขาดังที่ได้ยินใน skits สั้นๆ

สุดท้ายแล้ว ‘53.49’ จบลงด้วย ความหวัง แต่ต่างจากการมีความหวังแบบเบาๆ เศร้าๆ ในเพลงส่วนหน้าของอัลบั้ม เพลงนี้เขาแร็พแบบเกรี้ยวกราดแบบคนที่เติบโตกล้าแกร่งจากอดีต และพร้อมจะสู้ชีวิตแบบหมัดต่อหมัดแล้ว น่าจะหมายถึง state ชีวิตปัจจุบันของ Donald Glover

“ถ้าภายใต้แสงอาทิตย์นี้มีความรักอยู่จริง/ผมก็จะทำทุกอย่างตามที่ใจต้องการ/คุณก็ควรทำตามใจตัวเองก็เช่นกัน” ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่แค่บทเรียนชีวิตสำหรับลูกของเขาหรือคนในครอบครัวเขาเท่านั้น Donald ยังสื่อสารไปถึงผู้ฟังและสังคมมนุษย์โดยรวมอีกด้วย เราต้องเรียนรู้จากอดีต รับความจริงให้ได้ และรอดชีวิตไปด้วยกัน อยู่ที่ว่าคุณกล้าจะเปิดใจรับมันได้แค่ไหน

ถ้ามันจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายในนามของ Childish Gambino ตามที่มีข่าวลือกันมาจริง ผมก็คิดตอนจบที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้วแหละ

 

เพลงโปรดAlgorhythm, Time, 12.38, 19.19, 24.19, 35.31, 42.26, 53.49

 
Released in 2020
RCA
 

STREAMINGS

SpotifyAppleYoutube Music

BUYING

Amazon

 
Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit