All About Music Thailand

 

 “MDMA got you feeling like a champion !!”
– Jay-Z, ‘Empire State of Mind’

วันนี้มาทำความรู้จักกับคำแสลงของ ‘MDMA’ ยาอี “เอ๊กสเตซี”หรือยาสามัญประจำสถานบันเทิง

ยาประเภท Ecstasy หรือ MDMA (Methylenedioxymethamphetamine) เป็นชื่อทางเคมีของยาเาพติดที่ภาษาไทยเรียกว่า ยาอี เป็นสารเสพติดที่สังเคราะห์ขึ้นเป็นพิเศษ ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องราตรีมาช้านาน

มีลักษณะเป็นเม็ดคล้ายยาแผงทั่วไป หรือเป็นผงบรรจุแคปซูล บ้างตกแต่งแกะสลักเป็นตัวหนังสือ แต่งสีหรือรูปทรงลวดลายต่างๆ น่ารักจนเหมือนขนม จึงเรียกกันว่า ‘หนม’ แล้วแต่จะออกแบบตามลักษณะอาการที่มันสั่งให้ร่างกายเราออกฤทธิ์ สีนี้เน้นดีด ลายนี้เน้นเคลิ้ม เป็นต้น

มันเป็นยาที่ใช้เพื่อกระตุ้นระบบประสาท ชีพจรจะเต้นเร็วขึ้นผิดปกติ ตื่นตัว มีความมั่นใจสูง สามารถแสดงออกอารมณ์ต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงปลุกอารมณ์ทางเพศ มีสูตรโครงสร้างคล้ายกับ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) แต่แรงกว่ามากๆ ถ้าเสพไม่ยั้งก็อาจเสพติด เกิดอาการชัก ประสาทหลอน ทำอะไรไปโดยไม่รู้สึกตัว กัดปากตัวเอง น็อค และถึงขั้นเสียชีวิตได้

เสพโดยการกิน สามารถบดละลายน้ำฉีด หรือสูบควันได้เช่นกัน

แม้ไม่ได้รับความนิยมเท่าสุรา กัญชาหรือโคเคน ยาเสพติดประเภท MDMA มันก็มีปรากฏอยู่ในเนื้อเพลงและสื่อกระแสหลักต่างๆ ให้เห็นมาบ้างไม่น้อยแล้ว ความนิยมแรกเริ่มนั้นมาจากดนตรีสาย Electronics ซึ่งใช้กันตามคลับบาร์ เช่น แนวเพลง Trance จากโซนยุโรปเก่ามาจนถึง EDM สมัยใหม่ แม้แต่คอนเสิร์ต Heavy Metal ก็มีการกระตุ้นอารมณ์อย่างมากก่อนจะพากันไปโขกหัวหน้าเวที

หลังจากเพลง ‘Mask Off’ ของแรปเปอร์ Future มีท่อนที่กลายเป็นมีมไวรัลโด่งดังมากเมื่อไม่กี่ปีก่อน คือ “Percocets, Molly, Percocets” โด่งดังเป็นพลุแตก จนเกิดการตื่นตัวครั้งใหญ่ของกระแสการใช้คำแสลงของยาประเภทนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัฒนธรรมฮิพฮอพ

จากงานวิจัยของ Journal of Ethnicity in Substance Abuse พบว่า 82% จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเยาวชนคนผิวสี ได้รับอิทธิพลจากเนื้อเพลงฮิพฮอพ เป็นสาเหตุหลักให้คิดลองยาประเภทนี้

จากการศึกษาพบว่า ในเนื้อเพลงแร็พ มีการพูดถึงยา MDMA ในมุมมองที่ไม่ต่างกับการเพิ่มความสนุกในงานสังสรรค์ในฐานะเดียวกับสารเพิ่มความสุขประเภทอื่นๆ ทั่วไป ทั้งแบบที่ผิดกฎหมายหรือไม่ก็ตาม

มันทำให้ผู้ที่เคยได้ยินผ่านๆ หรือผู้ที่คิดอยากลองรู้สึกไม่ติดใจอะไร ไม่คิดว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ถึงกับเรียกกันว่า “Club Drugs” หรือยาประจำคลับ

ต้นกำเนิดคือเริ่มผลิตใช้สำหรับทหารตั้งแต่ช่วงสงครามโลก ส่วนที่เริ่มใช้กันเพื่่อความบันเทิงส่วนตัวและออกสื่อบันเทิงได้นั้น เริ่มช่วงหลังปี 70s มียาที่รู้จักกันตามท้องถนนว่า ‘ecstasy’ โด่งดังตามไนท์คลับในแมนแฮตตัน นิวยอร์ค ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่ว อยู่ทุกที่ อยู่ในทุกแนวเพลง ถ้าสังเกตุจะเห็นพฤติกรรมการใช้ยาของศิลปินในเนื้อเพลงได้ไม่ยาก เพียงแต่เขาไม่เอ่ยชื่อมันออกมาตรงๆ เท่านั้น

จนหน่วยงานควบคุมยาเสพติดจะเริ่มจัดมันอยู่ประเภทยาเสพติดหลอนประสาท และเงียบหายไปจากวงการเพลงพักใหญ่ ก่อนจะถูกรื้อฟื้นโดยกระแสฮิพฮอพปาร์ตี้หลังปี 2010s นี่เอง

ในเนื้อเพลงและ Pop Culture อื่นๆ มักพูดถึงมันในชื่อแสลง “Molly” ตั้งแต่เนื้อเพลง “Dancing with Molly” ถ้าใครยังจำได้ จากเนื้อเพลงในตำนาน ‘We Can’t Stop’ ของสาว Miley Cyrus มาจนถึงช่วงหลังๆ จะเห็นได้เป็นปกติในฮิพฮอพสายแทร็ป แรปเปอร์ Soundcloud โดยเฉพาะเพลงของ Future


คำแสลงที่เกี่ยวข้องกับยาประเภท MDMA

● ADAM (อดัม)
● E (อี)
● Ecstasy / Ecstacy (เอ๊กสเตซี)
● Molly (มอลลี่)
● X (เอ็กส์)
● XTC (เอ๊กสเตซี)
● Pills (พิลส์)
● Beans (บีนส์)
● Thizz (ทิสส์)
● Blue Dolphins (บลู ดอลฟิน)
● Double Stacks (ดับเบิล สแต๊คส์)
● Triple Stacks (ทริปเปิล สแต๊คส์)

อ้างอิง:
– https://www.tandfonline.com/loi/wesa20
– http://onlineslangdictionary.com/…/words+meaning+under+the+…
– https://www.theguardian.com/…/why-us-pop-mad-molly-aka-ecst…


Share For More

Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit