[Interview – สัมภาษณ์]

Bruno Major – เพลงรักบนเส้นทางการตั้งคำถามถึงการมีอยู่จริงของรักแท้ และความหมายของชีวิต
_______________________________

Bruno ค้นพบตัวเองเมื่อตอนอายุได้ 23 ปี ว่าตัวเองชอบเขียนเพลง หลังจากนั้นมันก็กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่

ช่วงปี 2011 Bruno ได้มีโอกาสพูดคุยกับชายไร้บ้านคนหนึ่งระหว่างนั่งรถบัส ในช่วงเวลา 30 นาทีนั้นมันเป็นเหมือนการตรัสรู้ของเขา เขาเริ่มกลายเป็นคนที่เขียน เขียน เขียน ตลอดเวลา และจบลงด้วยเนื้อเพลงกว่า 400 บท ในระยะเวลาเพียง 2 ปี ทำผลงานสร้างชื่อเสียงในฐานะศิลปิน Indie Rock/Pop มาได้จนถึงปัจจุบัน เคยมาเล่นที่ไทยแล้วด้วย

พวกเราได้รับโอกาสพูดคุยกับ Bruno ถึงอัลบั้มใหม่ ของเขา ‘To Let a Good Thing Die’ ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ขอบคุณทาง Love Da Records – Thailand ที่ให้เกียรติพวกเราได้พูดคุยกับ Bruno Major ด้วยนะครับ
_______________________________

1 | เป็นอัลบั้มที่ดูส่วนตัว และน่าประทับใจมาก อะไรเป็นแรงบันดาลใจของชื่ออัลบั้ม ‘To Let A Good Thing Die’ มันมีความหมายในเซนส์ของความโรแมนติก หรือว่ามันมาจากประสบการณ์ความเชื่อส่วนตัวอื่นๆ ?

Bruno – “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณมากนะครับ ชื่ออัลบั้ม ‘To Let A Good Thing Die’ (ปล่อยให้สิ่งดีๆ มันตายไป) นั้นมีสองความหมาย ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ

ความหมายแรกนั้นสื่อถึง หนึ่งในความสัมพันธ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผม มันเลยเป็นบางอย่างที่เรา (เขากับแฟนเก่า) ไม่อยากให้มันจบลง เพราะเรารักกันมาก สาเหตุคงเป็นเพราะผมออกทัวร์ ท่องเที่ยว มากมาย ชีวิตเลย .. แต่นั้นก็เป็นบทเรียนที่เราสองคนได้เรียนรู้ร่วมกัน ว่าทุกสิ่งต้องมีวันสิ้นสุด เพราะว่าทุกอย่างมันไม่ยั่งยืน และอาจเกี่ยวกับวงโคจรและแรงโน้มถ่วงด้วย (ทุกอย่างหมุนเข้าหาและห่างจากกัน)

ความหมายที่สองคงเกี่ยวข้องกับการทำงานสร้างสรรค์ โดยเริ่มต้นจากอัลบั้มแรกของผมอย่าง ‘A Song for Every Moon’ ผมรู้สึกว่า ‘To Let A Good Thing Die’ เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกเดียวกันกับอัลบั้มแรก เป็นส่วนหนึ่งของผลิตผลทางความคิดสร้างสรรค์เดียวกัน ผมคิดว่าหลังจากอัลบั้มนี้จบลง ผมคงต้องมองหาอะไรแบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิม แต่ก็ยังไม่รู้ว่ามันจะออกมาแบบไหนในตอนนี้”

_______________________________

2 | ในไลฟ์สตรีมของเพลง ‘The Most Beautiful Thing’ คุณพูดไว้ว่า “ความรักเป็นการผสมระหว่าง สถานการณ์และความเข้ากันได้” นี่หรือเปล่าครับที่เป็นเหตุผลให้เพลงนี้ดูเศร้าเหลือเกิน?

Bruno – “ผมคิดว่าตัวเองไม่เชื่อในเรื่อง twin flame หรือ soul mate อะไรแบบนั้น อย่างเช่นตอนที่ผมมองไปที่พ่อแม่ ที่ผมใช้เป็นการอ้างอิง พวกเขาเป็นคู่ที่พบกันด้วยสถานการณ์ เพราะพวกเขาเกิดในที่และช่วงเวลาเดียวกัน และพวกเขาก็ถูกดึงเข้าหากันด้วยความเข้ากันได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ต้องร่วมกันรักษาความสัมพันธ์ ถึงตอนนี้กว่า 35 ปีแล้ว พวกเขาก็ยังอยู่ร่วมกัน บางทีอาจรักกันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ผมแค่คิดว่ามันเป็นเรื่องตลกดี การที่ใครสักคนจะมีคู่ชีวิต ในความเป็นจริง พวกเราอาจจบความสัมพันธ์ลงกับคนที่เจอเมื่อตอนเราอายุ 14 ปี ผมเลยคิดว่าเพลงนี้คงเป็นการตั้งคำถาม ถึงใครคนนั้นที่ผมยังไม่พบ หรือบางทีผมอาจพบเขาไปแล้ว ใครจะรู้”

_______________________________

3 | ‘Regent’s Park’ และ ‘She Chose Me’ ทั้งสองเป็นเพลงที่เพราะมาก สงสัยว่าทำไมถึงเลือกสองเพลงนี้ ที่เลือกเพราะมันเป็นเพลงโปรด หรือเพราะมันเข้ากับอัลบั้ม เพราะทั้งสองมีที่มาจากศิลปินอื่นทั้งคู่

Bruno – “ผมรัก Randy Newman มากๆ (คนแต่ง She Chose Me) เขาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในชีวิตของผม ผมเลยอยาก cover เพลงสักเพลงของเขา มันคงเป็นเหมือนการทำความเคารพเขาละมั้ง

ส่วน ‘Regent’s Park’ (มีทำนองของเพลงประกอบหนังเรื่อง 101 Dalmatians) นั้นเริ่มจากการได้ฟังภาคดนตรี เพราะผมมีเนื้อร้องไว้อยู่แล้ว มันคงเป็นเหมือนตอนจบอีกรูปแบบของหนังเรื่อง 101 Dalmatians”

_______________________________

4 | ชอบเรื่องราวของเพลง ‘Figment Of My Mind’ มาก คิดว่าการเดินทางของคุณจะยังคงสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงในอนาคตอีกไหม?

Bruno – ผมหวังว่าอย่างนั้นนะ ผมอยากกลับไปในจักรวาลนั้นอีกครั้ง 

_______________________________

5 | ส่วนตัวคิดว่า ‘I’ll Sleep When I’m Older’ เป็นเพลงที่สวยงามที่สุดในอัลบั้ม อยากรู้ว่าใช้เวลานานแค่ไหนในการแต่ง?

Bruno – “เพลงนี้ใช้เวลานานมากครับ ผมเริ่มเขียนมันที่ London กับเพื่อนของผม หลังจากนั้นผมก็ย้ายไป L.A. เขียนเนื้อร้องกับ Emily Albert หลังจากนั้นผมก็กลับมาที่ London แล้วก็เริ่มเปลี่ยน key เปลี่ยน temple เปลี่ยน time signature ของเพลง หลังจากนั้นก็จบลงที่สตูดิโอกับโปรดิวเซอร์ของผม Phairo

มันใช้เวลายาวนานหลายสัปดาห์มาก และเราก็มีเพลงนี้หลายเวอร์ชั่นด้วย สุดท้ายเราก็จบลงที่เวอร์ชั่นในอัลบั้มนี่แหละ”

_______________________________

6 | ได้อ่านมาว่าคุณไม่ใช่แฟนคลับการใช้ autotune
คุณยังรู้สึกแบบเดิมอยู่ไหม?

Bruno – “ผมคิดว่า autotune สามารถใช้เป็นเครื่องมือได้ ก็เหมือนจานสีเวลาเราวาดภาพ แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่มันกลายเป็นเรื่องปกติเวลาที่เราจะร้องเพลง ผมคิดว่ามันไม่มีสิ่งที่เรียกว่า A เราแค่นิยามว่าสิ่งไหนควรเป็น A

ผมชอบที่จะทำอะไรอย่างเป็นอิสระ (ไม่ต้องมีการแต่งเสียงร้อง) เหมือนเวลาเราฟังเพลงสมัยก่อน พวกเขาไม่เห็นจำเป็นต้อง autotune ก็มีเสียงร้องที่สวยงามได้ พวกเขาไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรพวกนี้เลย ส่วนตัวผมเองคงไม่ใช้ autotune ในการทำงานหรอก คิดว่ามันเป็นเรื่องน่าเศร้า”

(ถามต่อ)
แล้วอย่างในเพลง ‘Nothing’ ของคุณ ผมชอบเสียงร้องในเพลงนี้มาก ไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่ผมชอบเสียงคุณในเพลงนี้มาก

Bruno – “ในเพลง ‘Nothing’ ผมอัดเสียงตัวเองใส่เข้าไปใน Tape Emulator เสียงที่ออกมาเลยจะดูเบาบาง ไอเดียหลักคือทำให้เพลงออกมาดูเก่า”

_______________________________

7 | มีศิลปินคนไหนอีกไหมครับที่คุณอยากร่วมงานด้วย?

Bruno – “โอ้ หลายคนมาก หลายคนมากๆ ถ้าจะให้ผมเลือก ผมอยากเขียนเพลงกับ Randy Newman และผมเองก็อยากเข้าสตูดิโอกับ Kendrick Lamar และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็อยากเลือก Chopin หรือ Bach ผมอยากย้อนกลับไปดู Led Zeppelin เล่นสดด้วยเช่นกัน”

_______________________________

8 | คิดเห็นยังไงกับสถานการณ์ในปัจจุบันของโลกเรา คิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้นไหม?

Bruno – “แน่นอน ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ผมคิดว่ามันต้องดีขึ้น ในประสบการณ์ส่วนตัวของผม ผมคิดว่าช่วงเวลาที่ทำให้ผมเติบโตมากที่สุด มักจะเป็นในช่วงเวลาที่ผมต้องดิ้นรนที่สุด และผมคิดว่าพวกเรา ในฐานะสังคมก็กำลังดิ้นรนกันอยู่ และคุณสามารถเห็นพวกเราเติบโตขึ้น

ผมคิดว่าการเคลื่อนไหวอย่าง ‘Black live matters’ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ หวังว่าสักวันเราคงย้อนหันมามองมันในหลายปีข้างหน้า แล้วคิดว่ามันเปลี่ยนสังคมยังไงบ้าง และผมก็คิดว่าทุกอย่างคงจะไม่เกิดขึ้นในรูปแบบนี้ ถ้าไม่มี COVID-19 มันทำให้พวกเรามีโอกาสที่จะหยุดและคิด ทำให้เราเริ่มลงมือทำบางอย่างนอกจากตื่นขึ้นมาและทำงาน ผมหวังว่าเราจะเรียนรู้จากเรื่องเหล่านี้ หวังว่าอย่างนั้นนะ”

_______________________________

อยากฝากอะไรกับแฟนคลับชาวไทย?

Bruno – “โอ้ ผมขอบคุณมากที่พวกคุณมีตัวตนอยู่นะ (ฮา) มันบ้ามากเมื่อคิดว่ามีผู้คนในอีกฝากโลกกำลังฟังเพลงของผมอยู่ รู้สึกภูมิใจมาก ทุกครั้งที่ผมไปและเล่นที่กรุงเทพ ผมก็มีช่วงเวลาที่ดีมากๆ เสมอ แทบจะรอไม่ไหวที่จะไปที่นั่นอีกครั้ง”

(บอกลา)

หวังว่าจะได้เจอคุณที่นี่ ในเร็วๆนี้นะครับ

Bruno – เช่นกันครับ 

_______________________________

Profile Photo

jitrpanupalarit

I write stuff

Related Posts

Good Intentions Nav นาฟ/แนฟ แรปเปอร์แคนาดาเชื้ออินเดียกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ...
jitrpanupalarit
Rough and Rowdy WaysBob Dylan การอำลาแฟนเพลงของปู่บ็อบ ? อัลบั้มลำดับที่ 39 ของ Bob Dylan ...
jitrpanupalarit
Cole Bennett หนุ่มอเมริกันจากรัฐอิลลินอยส์ กำลังจะมีอายุครบ 24 ในอีกไม่กี่วันนี้ ...
jitrpanupalarit