Daft Punk

Born August 8, 1994

Year Active 2015


พบกับเรื่องราวความเป็นมาของ Daft Punk วงดนตรีคู่ดูโอโรบอทในตำนาน

หลายๆคนก็คงเคยเห็นและเคยได้สัมผัสผลงานของวงดนตรีดูโอโรบอทในตำนานจากแดนน้ำหอมประเทศฝรั่งเศส อย่าง Daft Punk กันมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย แล้ว Daft Punk คือใคร? วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับพวกเขากัน

-จุดเริ่มต้น-
Daft Punk เป็นวงดนตรีแนว Techno dance จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด 2 คน ได้แก่ Thomas Bangalter (1975) และ Guy-Manuel de Homem Christo (1974) โดยในเริ่มแรกวง Daft Punk ก็ไม่ได้ใช้ชื่อนี้ และไม่ได้มีเพียงแค่ 2 คนอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ซึ่งในช่วงแรกๆ วงของพวกเขามีชื่อว่า Darlin โดยมีสมาชิกอีกคนที่มีชื่อว่า Laurent Brancowitz
ในปี 1992 พวกเขาได้ลองสร้างแนวดนตรีที่มีความแปลกใหม่ (ในสมัยนั้น) คือ Indie Rock หากแต่ว่าแนวดนตรีนี้ของพวกเขาก็ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์จากนิตยาสารชื่อดังอย่าง Melody Maker ว่า แนวดนตรีของพวกเขานั้นเป็น “A daft punk thrash” หรือแปลง่ายๆ ว่าขยะดีๆ นั่นเอง และด้วยเหตุนี้เองทำให้พวกเขาได้มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงแนวเพลง และก็ได้สร้างวงใหม่ขึ้นมาโดยมีสมาชิก 2 ซึ่งก็ใช้ชื่อว่า Daft Punk ในปี 1993 ก็ไม่รู้ว่าการตั้งชื่อวงใหม่ว่า Daft Punk เป็นการประชดหรือว่ายังไง แต่ที่รู้ๆ คือพวกเขากลายเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียวจากภายในประเทศไปจนถึงทั่วโลกทันทีที่ปล่อยผลงานชุดแรก มีพัฒนาการจนกลายเป็นขุ่นพ่อแห่งวงการอิเล็กทรอนิก้าอย่างที่เรารู้จักทุกนี้นั่นเอง

-Daft Punk ขุ่นพ่อแห่งวงการอิเล็กทรอนิก้า-
Daft Punk ได้ออกวางจำหน่ายอัลบั้มแรกที่มีชื่อว่า Homework โดยอัลบั้มชุดนี้พวกเขาใช้เวลาพัฒนาถึง 3 ปี ถือว่ายาวนานใช้ได้ (ใช้เวลาเริ่มบันทึกเสียง 1993 – 1996 และออกวางจำหน่ายในวันที่ 25 มีนาคม 1997) ถึงแม้จะใช้เวลาในการบันทึกเสียงนาน แต่ผลตอบรับที่ได้รับมานับว่าคุ้มเลยทีเดียว โดยในอัลบั้มชุดนี้ก็ได้รับเสียงชื่นชมมากมาย โดยเฉพาะเพลง Da Funk และ Around the World ได้ทะยานขึ้น Chart อันดับ 1 บน Billboard Chart Hot Dance Club Play chart ในยุคนั้นเลย
ปี 2001 พวกเขาก็ได้วางขายอัลบั้มชุดที่ 2 ที่มีชื่อว่า Discovery โดยมีนักเขียนการ์ตูนชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น อย่างอาจารย์ Leiji Matsumoto มาช่วยทำ MV ในเพลง One More Time , Aerodynamic , Digital Love, Harder, Better, Faster และ Stronger ซึ่งความเจ๋งของอัลบั้มนี้คือเนื้อหา MV ในเพลงนั้นออกแบบตามคอนเซ็ปอัลบั้ม มีความเกี่ยวข้องกันเกือบทั้งหมด ซึ่งก็ตามที่คาดอัลบั้มชุดที่สองของพวกเขาก็ได้รับความประสบความสำเร็จ โดยมียอดขายมากกว่า 2.6 ล้านชุดเลยทีเดียว เป็นวงแรกๆ ที่เชื่อมแนวดนตรีอิเล็คโทรนิคเข้ากับวัฒนธรรมตะวันออก

ปรากฏการณ์ยุค Homework – Discovery เป็นอะไรที่น่าศึกษามาก

Daft Punk เก่งทั้งเรื่องการสร้างภาพติดตาและเพลงติดหู คือหนึ่ง เข้าใจการทำงานของ Pop Culture เข้าใจสร้าง Visual (MV, Animation ภาพยนตร์สั้น, การมีส่วนในภาพนตร์ Tron, การปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ต่างๆ) และการที่เขานำเอาแนวอินดี้หรือใต้ดินต่างๆ ที่กระจัดกระจายกัน ไม่ว่าจะ French House, Acid House, Disco Funk ต่างๆ มาปรับใหมให้ซาวด์ป๊อป เข้าถึงคนง่าย ซึ่งนี่ถือเป็นสูตรสำเร็จของอุตสาหกรรมดนตรี พวกเขากลายเป็นวงดนตรีที่ทรงอิทธิพลและทรงพลังมาในยุคนั้น นั่นเป็นเพราะว่าการประดิษฐ์เพลงดนตรีของพวกเขาได้นำมาซึ่งแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเหนือชั้น innovative ถูกใจนักวิจารณ์ แต่ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย ครองตลาดเพลงทั่วไป นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้พวกกลายเป็นที่ยอมรับได้อย่างรวดเร็ว

ในปี 2013 Daft Punk ก็ได้เข้าเซ็นสัญญากับ Columbia Records ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของ Sony Music โดยช่วงนี้เองพวกเขาก็ได้ออกซิลเกิ้ลที่มีชื่อว่า Get Lucky ซึ่งก็ได้ Pharrell Williams มาร่วมสร้างผลงานด้วย เชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยได้ยิน โดยเพลงนี้ของพวกเขาก็ได้คว้าอันดับ 1 UK single ติดต่อกันมากถึง 4 สัปดาห์ด้วยกัน แถมติด TOP 5 ของหลายประเทศทั่วโลก
เมื่อพูดถึงผลงานของ Daft Punk ในปัจจุบันก็คงไม่พูดถึงอัลบั้ม Random access memory คงไม่ได้ โดยในอัลบั้มนี้ก็ได้มีการใช้วงออร์เคสตรามาประกอบด้วย ทำให้เพลง Get Lucky ของพวกเขากลายเป็นกระแสที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก นอกจากนี้อัลบั้ม Random access memory ของ Daft Punk ก็ได้คว้ารางวัล Grammy ได้ถึง 10 รางวัล (เยอะมากๆ) ซึ่งไม่เพียงแค่สาขา Dance เท่านั้น ยังรวมถึง เพลงประจำปี, เพลง Pop กลุ่ม, อัลบั้มประจำปี เป็นต้น ไม่เพียงแค่นี้อัลบั้มนี้ของพวกเขาก็ยังไปสร้างปรากฏการณ์ติดอันดับอัลบั้มดีสุดในโลกในปี 2013 สามารถจำหน่ายได้ถึง 3.8 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก

-หมวก-
Daft Punk ได้เริ่มปรากฎตัวพร้อมกับหมวก ในช่วงที่เขาออกอัลบั้ม Discovery ด้วยหมวกที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งก็อย่างที่บอกไว้ในก่อนหน้านี้คือเพลงในอัลบั้มนี้ได้ทำเรื่องราวที่มีความเชื่อมโยงกันเกือบทุกเพลง โดยใน MV นั้นมีแต่การ์ตูนล้วนๆ ทำให้ชื่อของ Daft Punk กลายเป็นวงดนตรีที่ทุกคนต่างก็ติดภาพว่าเป็นดีเจที่ไม่เปิดเผยหน้าตา
กลับมาพูดถึงเรื่องหมวกของ Daft Punk กันต่อโดยช่วงที่พวกเขาเริ่มปรากฎตัวด้วยหมวกในช่วงอัลบั้ม Discovery นั้นจะเป็นหมวกลักษณะ เป็นสีทองและมีไฟ LED สีรุ้ง แต่เมื่อเป็นอัลบั้ม ‘Random Access Memories’ พวกเขาก็ได้เปลี่ยนมาเป็นหมวกที่เป็นเค้าโครงอย่างที่เราคุ้นตากันและกลายเป็น เป็นไอคอนของ Daft Punk ไปเลย ซึ่งดูๆ แล้วก็คล้ายหมวกกันน๊อค เป็นหมวกที่มีสีทองและสีเงินและตรงกระจกก็เป็นสีดำล้วน

สาเหตุอย่างเป็นทางการ ที่มาของภาพลักษณ์ Daft Punk ที่เรารู้จักกันดีในทุกวันนี้ คือมีครั้งหนึ่งพวกเขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ในเดือนกันยายนปี 1999 เกิดอุบัติเหตุในห้องอัดของเรา ตอนเวลา 9 โมงของวันที่ 9 ตรงกับตัวเลข 9/9/99 9.09AM พอดี ทำให้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์เกิดอาการรวน และเครื่องมือ Synthesizer ของเราก็เกิดการระเบิดใส่เราทั้งคู่อย่างจัง หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นพอรู้สึกตัว ตื่นขึ้นมาอีกทีพวกเราก็กลายเป็นครึ่งคนครึ่งหุ่นยนต์ไปแล้ว ตั้งแต่วันนั้นมาเราก็ไม่ได้ใส่หน้ากากเพื่อให้ดูเหมือนหุ่นยนต์อีกต่อไป แต่ต่อไปนี้เราได้เกิดใหม่ในคราบมนุษย์หุ่นยนต์จริงๆ” แหม ล้ำลึก
ถึงแม้ในปัจจุบัน Daft Punk ยังไม่ได้มีอัลบั้มใหม่ๆ ออกมา แต่เราก็ยังเห็นผลงานของพวกเขาออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นการร่วมงานกับ The Weeknd ในซิงเกิล Starboy และ I Feel It Coming ซึ่งก็กลายเป็นเพลงยอดฮิตในเวลาต่อมา
หากถามว่าชอบเพลงไหนของ Daft Punk มากที่สุด ส่วนตัวแล้วชอบหลายเพลงเลยนะเช่น Around the World, Digital Love, Technologic, Harder Better Faster Stronger โดยเฉพาะเพลง Technologic เหมือนโดนล้างสมอง พูดมันซ้ำๆ วนๆ
รู้จักกับ Daft Punk กันแล้วก็อย่าลืมไปหาเพลงของพวกเค้าฟังกันดูน่ะ รับรองว่าจะต้องโดนใจอย่างแน่นอน!

แนะนำเพลงแอดชอบ
Technologic
https://youtu.be/D8K90hX4PrE

Around the World
https://youtu.be/dwDns8x3Jb4

Digital Love
https://youtu.be/FxzBvqY5PP0

Da Funk
https://youtu.be/PwILkY9gRrc

Harder, Better, Faster, Stronger
https://youtu.be/yydNF8tuVmU

_______________________________

ผลงานชุด
▶ Studio Albums
Homework (1997)
Discovery (2001)
Human After All (2005)
Random Access Memories (2013)

▶ Live Albums
Alive 1997 (2001)
Alive 2007 (2007)

▶ Soundtrack
Tron: Legacy (2010)

_______________________________

ศิลปินใกล้เคียงกัน

Justice
Kraftwerk
Marshmello
Digitalism
DJ REZZ