Eminem

Year Active: 1988


Eminem หรือชื่อจริง Marshall Bruce Mathers ลำดับที่ III มหาตำนานจากเมืองดีทรอยท์ หนึ่งในแรปเปอร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล ผู้ที่ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องได้รับการแนะนำอีกแล้วก็ได้ แต่เราก็ยินดีที่จะช่วยสืบต่อเรื่องราวในอดีตของสุดยอดศิลปินที่สร้างอิทธิพลให้วงการ เป็นแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสให้แรปเปอร์ยุคใหม่ได้เคลื่อนไหวกันอย่างกว้างขวาง ผู้ที่ผ่านอะไรมาแล้วมากมาย จะมีที่มาที่ไป และมีเรื่องบางเรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ เราหามาเพิ่มเติมให้นิดหน่อย อยากให้ลองอ่านกันขำๆ

เพลงแรกของ Eminem ที่หลุดมาช่วงต้นปี 2000 นั้นถูกอัดตอนที่เขามีอายุ 17 เป็นเพลง freestyle ชื่อว่า ‘Foolish Pride’ ที่ด่าผู้หญิงผิวสีซึ่งเคยหักอกของ Eminem และสร้างกระแสอยู่พอสมควรจนเขาต้องออกมาชี้แจงทั้งในการสัมภาษณ์และในหนังสือ ‘The Way I Am’ ส่วนมากแล้ว ทุกคนจะรู้จักเขาจาก Alter ego หรือบุคลิกที่สองที่ชื่อว่า ‘Slim Shady’ ซึ่งมีภาพลักษณ์เพี้ยนๆ เด็กตัวเล็ก หัวทอง ขี้ยา วิตถาร ดิบเถื่อน และเที่ยวโจมตีชาวบ้านเขาไปทั่ว แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่าเขามี Alter ego อื่นๆ อีก เช่น Rainman (คนเอ๋อที่พูดสำเนียงตลกๆ), Ken kaniff (ชายโรคจิต) หรือแม้แต่ Stan (แฟนคลับที่คลั่ง Em จนขึ้นสมอง จากเพลงดัง Stan) เองก็อาจนับรวมอยู่ในนี้ด้ว

โดยถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ ในข้อแตกต่างของชื่อเหล่านี้ ก็เช่น เพลง Guilty Conscience คือ Slim Shady เพลง Till I Collapse คือ Eminem และเพลง Mockingbird ก็คือตัวแทนของความเป็นพ่อคน ชายธรรมดาที่ชื่อ Marshall Mathers มันเป็นความ Mood Swing ในสภาพอารมณ์ไม่ปกติในขณะนั้นของ Eminem ความคิด ความรู้สึกต่างๆ เขาสามารถนำมันมาใช้ถ่ายทอดผ่านบทเพลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลากหลายลงตัวสุดยอดที่สุด เป็นตัวตนศิลปินที่ไม่น่าจะมีใครลอกเลียนเบบได้อีกแล้ว แม้แต่เจ้าตัวเองในปัจจุบัน

ขอยกตัวอย่างการเอาอารมณ์เพลง “Stan” ไปเปรียบเทียบกับ “Kim”

มีเพียงอัลบั้ม Speakerboxxx/The Love Below ของ Outkast เท่านั้นที่ขายดีกว่า ‘The Marshall Mathers LP’ ของ Eminem แต่เนื่องจากอัลบั้มของ Outkast นับเป็นดับเบิ้ลอัลบั้ม หรืออัลบั้มคู่ จึงทำให้ The Marshall Mathers LP กลายเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของ Hip Hop ไปโดยปริยาย และขึ้นไปถึงอันดับที่ 34 ของอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาลทั่วโลก

การเสียชีวิตของ Proof แร็ปเปอร์ที่เป็นเพื่อนรักของ Eminem มาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กดีทรอยต์ ส่งผลต่อทั้งการแสดงของเขาบนเวที การรักษาตัวตน และสภาพจิตใจของเขาเป็นอย่างมาก ตัวของ Eminem เองสักชื่อ Proof ที่แขนซ้ายของเขาเพื่อเป็นการไว้อาลัย นอกจากนั้นเขายังสักคำว่า Rot in Hell หรือขอให้มึงเน่าในนรก ที่สักให้ Kim ภรรยาเก่า แต่ก็ลบมันออกในหลายปีต่อมา

Eminem สูง 173 ซม. มักจะถูกแกล้งสมัยเด็กเนื่องจากเป็นเด็กตัวเล็ก ใส่รองเท้าเบอร์ 10½ และชอบใส่เสื้อไซค์ XXL โพรกๆ เมื่อปี 2012 มีการบันทึกสถิติการใช้คำศัพท์ของบรรดาแร็ปเปอร์ โดยเขามีคำศัพท์ในคลังไม่ซ้ำกันเลยมากถึง 4,494 คำ แต่ก็ยังอยู่ในกลุ่มระดับกลางเท่านั้น เป็นรอง Raekwon, RZA, Method man, Ghostface Killah, Inspectahdeck ของแก๊ง Wu Tang Clan ถึง 5 คน

‘Lose Yourself’ เพลงที่ถือเป็นไอคอนของตัว Eminem เป็นเพลงแร็ปเพลงแรกที่ได้รางวัล Oscar ด้วยความสวยงามของการเล่นกับเสียงของคำประกอบการเล่าเรื่องไปกับเนื้อหาภาพยนตร์ได้ด้วยอย่างสวยงาม มันยังถูกยกเป็นเพลง Hip Hop เพียง 1 ใน 3 เพลงที่ถูกจัดลงใน 500 เพลงที่ดีที่สุดตลอดกาลของนิตยสาร Rolling Stone เขาเป็นแร็ปเปอร์เพียงคนเดียวที่ชนะรางวัลแกรมมี่สาขาอัลบั้มแร็ปยอดเยี่ยม 3 ครั้งติด และเป็นศิลปินเดี่ยวเพียงคนเดียวที่เปิดตัวอัลบั้มบนอันดับ 1 ของ Billboard 200 ได้ถึง 7 ครั้งซ้อน

แต่พูดเรื่องตัวเลขไปก็เท่านั้น จริงๆ แล้ว สำหรับใครที่รู้จัก Eminem แค่จากพวกเพลงฮิตใน Youtube แบบ I’m Not Afraid, Rap God, Without Me หรือเพลงที่ทำกับ Rihanna อะไรพวกนั้น หรือรู้แค่เป็นเด็ก Dr. Dre เป็นแรปเปอร์ผิวขาว จาก 8 Mile หรือแค่เป็นคนแร็พเร็ว ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลองขุดเอาผลงานเก่าๆ พวกคลาสสิคจริงๆ ควบคู่ไปกับได้เรียนรู้เรื่องราวในอดีตของเขา อีเวนท์สุดโต่งต่างๆ ของ Eminem แบบฉากต่อฉาก (เห็นคนไทยเขียนให้อ่านกันเยอะแล้วแหละ ลองหาๆ ดู) จะได้รู้ซึ้งถึงตัวตนจริงๆ ของ Eminem หรือ Slim Shady เป็นมา เขาไม่ใช่คนที่มีวันนี้เพราะโชคช่วย จากที่ชอบอยู่แล้ว คุณอาจจะได้ชอบเขากว่าเดิม ได้เป็น ‘Stan’ มากขึ้นไปอีกเท่าตัว

Last Updated: 2018


▶ Studio albums

Infinite (1996)
The Slim Shady LP (1999)
The Marshall Mathers LP (2000)
The Eminem Show (2002)
Encore (2004)
Relapse (2009)
Recovery (2010)
The Marshall Mathers LP 2 (2013)
Revival (2017)
Kamikaze (2018)
Music to Be Murdered By (2020)

▶ Collaborative

Devil’s Night (with D12) (2001)
D12 World (with D12) (2004)
Hell: The Sequel (with Bad Meets Evil) (2011)


ศิลปินที่ใกล้เคียงกัน

Immortal Technique
Beastie Boys
Tech N9ne
Royce Da 5’9
NF