N.W.A

Year Active: 1986


ขอแนะนำให้ฟังเพลงหรือเปิดชมภาพยนตร์ ‘Straight Outta Compton’ ของ N.W.A ระหว่างอ่านบทความ

N.W.A หรือ Niggaz Wit Attitudes คืออเมริกันฮิพฮอพกรุ๊ปจาก คอมป์ตัน แคลิฟอร์เนีย พวกเขาอยู่ในกลุ่มผู้ทำให้แนวดนตรี gangsta rap เป็นที่นิยมได้เป็นกลุ่มแรกๆ และยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นกลุ่มที่มีเพลงยอดเยี่ยม แปลกใหม่มากในเวลานั้น สร้างอิทธิพลได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฮิพฮอพ อย่างไรก็ตาม มันเกิดขึ้นท่ามกลางปัญหามากมายกว่าพวกเขาจะได้กิตติศักดิ์เหล่านั้นมา

N.W.A คือกลุ่มศิลปินมีที่ฐานมาจากชุมชนหนึ่งที่อันตรายที่สุดในแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส Compton ไม่ว่าจะเป็นแก๊งอันธพาล ยาเสพติด อาวุธปืน และความไม่มั่นคงของกระบวนการยุติธรรมในอเมริกา โดยเฉพาะกับคนผิวสีในช่วงปี 80s สารพัดอย่าง แนวคิดการต่อต้านสังคม เพื่อสังคม จึงเกิดขึ้นมาได้อย่างไม่น่าสงสัยสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

Eazy-E เด็กหนุ่มจาก Compton สมาชิกแก๊ง Compton Crips ผู้ร่วมสร้าง Ruthless Records ค่ายเพลงพร้อมกับ Jerry Heller ผู้เดียวที่เห็นแววและวิสัยทัศน์ของ Eazy โดยที่ Eazy-E เริ่มเข้าแนะนำตัวกับ Steve Yano จากค่ายดังก่อน แต่ถูกปฏิเสธ ก่อนที่ Yano จะยอมในความดื้อด้านและนัดเขาให้ได้พบและร่วมทีมกับ Dr. Dre ดีเจและโปรดิวเซอร์อดีตสมาชิกวงอิเล็คโทรฟังก์ World Class Wreckin’ Crew คนท้องที่เช่นเดียวกัน ซึ่งแรกเริ่ม N.W.A มีสมาชิกเพียงสองคนคือ Eazy และ Dre ส่วนโปรดิวเซอร์ที่รู้จักกันคือ Arabian Prince และ Ice Cube ถูกเพิ่มเข้ามา ต่อมา Dre ก็ดึงเอา DJ Yella เพื่อนสมาชิกจากวงเก่าเข้าร่วมทีมภายหลัง

ทีแรกทางวงได้รวมเข้ากับอัลบั้ม Compilation ร่วมกับศิลปินอื่นๆ ‘N.W.A and the posse’ เพราะในช่วงนั้นที่กลุ่มยังอยู่ในช่วงพัฒนา มีส่วนกับอัลบั้มนั้นเพียง 3 จากทั้งหมด 11 แทร็ค โดยเพลง ‘8 Ball’, ‘Dopeman’ และ ‘Panic Zone’ เป็นการร่วมงานครั้งแรกๆ ระหว่างสมาชิกทั้งหมดขณะนั้น เพิ่มเติมคือ Eazy เพลงโซโล ‘Boyz-n-the-Hood’

” ถ้าคนขาวห้าคนเดินด้วยกัน คือเพื่อน แต่ถ้าคนผิวดำห้าคนเดินด้วยกัน คือเด็กแก๊ง !? ในสายตาตำรวจมันเป็นแบบนี้ไง ” Ice Cube, 1998

ด้วยแรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมรอบตัว N.W.A ปล่อยงานเดบิวท์ ‘Straigth Outta Compton’ (ถ้ามีเวลาอยากพูดถึงอัลบั้มนี้มากกว่านี้อีกนะ) ในปี 1988 ด้วยเพลงนำที่รู้จักกันดีสามเพลงแรก ทางกลุ่มได้เป็นตัวแทนสะท้อนโทสะของเยาวชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบและทำร้ายด้วยสถาบันชุมชน เพลงเปิดขึ้นตามชื่ออัลบั้มนั้นเป็นเพลงให้เราได้ทำความรู้จักกับกลุ่มก่อน เพลง ‘Fuck tha Police’ ประท้วงความรุนแรงของตำรวจและการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม ทางกลุ่มได้รับเครดิตในการเป็นกลุ่มแรกเริ่มที่สร้างสรรค์ gangsta rap ให้เป็นที่นิยม และยังเป็น Reality Rap หรือแร็พที่ออกมาเล่าความจริงให้สังคมได้รับรู้

ในบรรยากาศการทำงานและสร้างสรรค์ผลงานนั้น Dr. Dre และ DJ Yella ผู้คุมงานโปรดัคชั่นส่วนใหญ่ จัดการกับบีทแต่ละเพลง Dre มีส่วนแร็พในหลายๆ เพลงด้วย มี The D.O.C (นักเขียนเพลงเสริม) Ice Cube และ MC Ren ช่วยกันเขียนเนื้อเพลงส่วนใหญ่ รวมถึง ‘Fuck tha Police’ เพลงที่น่าจะดังที่สุดของวงแล้ว ซึ่งทำให้พวกเขามีส่วนขัดแย้งกับหน่วยงานทางกฎหมายหลายครั้ง ถูกประนามจากสถาบันสังคมว่าส่งเสริมเยาวชนในทางที่ผิด

Milt Ahlerich จาก FBI ส่งหมายถึง Ruthless Records และค่ายเพลงร่วมประโยชน์ Priority เตือนว่าทางวงได้ส่งเสริมความรุนแรงและกระบวนทางกฎหมาย(ระดับประเทศ)จะไม่ยอมนิ่งเฉย จดหมายนี้ยังถูกจัดแสดงอยู่ใน Rock and Roll Hall of Fame ที่โอไฮโอ ทางตำรวจปฏิเสธที่จะให้ความคุ้มครองทางวงระหว่างจัดคอนเสิร์ต ซ้ำยังขัดขวางการทัวร์ อย่างไรก็ตาม จดหมาย FBI เพียงแต่จะดึงดูดสายตาคนและสื่อเข้ามาเล่นข่าว ทำให้วงดังขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง

Sraight Outta Compton ก็ยังเป็นอัลบั้มแรกๆ ที่ถูกติดป้าย Parental Advisory เตือนเนื้อเพลงหยาบคายหรือเนื้อหารุนแรงแบบใหม่บนปกอัลบั้ม ซึ่งก่อนหน้านั้นมีเพียงแค่ “Warning: Moderate impact coarse language and/or themes’ อย่างไรก็ตาม ธรรมมเนียมแนวทางดนตรีของทางวงก็ยังเป็นแกนหลักสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ สื่อข่าวต่างๆ เล่าเรื่องพวกเขาที่ไม่ได้รับการออกอากาศหรือเล่นทางวิทยุมากนัก หรืออัลบั้มพวกเขาถูกต่อต้านอย่างหนัก แต่อัลบั้มพวกเขาก็ได้ double platinum ไปเรียบร้อยแล้ว

หนึ่งสัปดาห์หลังจาก Straight Outta Compton ปล่อยไป Eazy-E ก็ได้เดบิวท์โซโลอัลบั้มของเขา ‘Eazy-Duz-It’ อัลบั้มนี้คุมคอนเซ็ปโดย Eazy ทั้งหมด มี MC Ren เป็นแขกรับเชิญคนเดียว แต่เบื้องหลังนั้นก็ยังถือเป็นงานกลุ่มร่วมกันทำอยู่ ซาวด์ดนตรีนั้นสร้างโดย Dr. Dre และ DJ Yella เนื้อเพลงส่วนใหญ่เขียนโดย MC Ren ด้วยความช่วยเหลือจาก Ice Cube และ The D.O.C และอัลบั้มนี้ก็ได้ double platinum เช่นกัน

พูดง่ายๆ N.W.A แต่ละคนก็มีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเขียนเนื้อเพลง บางคนโปรดิวซ์ บางคนควบ ส่วน Eazy-E แม้จะมีหน้าที่แค่ Perform สิ่งที่คนอื่นทำไว้ให้ แต่เพราะเขามีบุคลิคของความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทิศน์ ชอบกำกับบงการงานส่วนใหญ่ บวกกับภาพลักษณ์ที่สตรีทและ Real ที่สุดในกลุ่ม ตามคอนเซ็ปของวงทำให้ Eazy ได้เป็น Icon ที่เด่นออกมาที่สุดของทั้งทางวงและของ Gangsta Rap ด้วย แม้สิ่งที่เขาเป็นจะนำมาซึ่งความขัดแย้งกระทบกระทั่งกันในภายหลังมากมายกับเพื่อนในกลุ่ม

Ice Cube เดินออกจากกลุ่มในปี December 1989 จากปัญหาภายใน ด้วยการเป็นคนที่เขียนเนื้อเพลงเกือบครึ่งของ Straight Outta Compton เขาเริ่มรู้สึกถูกกระทำแบบไม่แฟร์นักในเรื่องผลประโยชน์ คดีความถูกยกขึ้นโดย Ice Cube ขึ้นสู้กับผู้จัดการของวง Jerry Heller และถูกยุติไว้ที่ศาลชั้นปกครอง เขาเสียเวลาเล็กน้อยก่อนปล่อยอัลบั้มโซโลของตัวเองแสกหน้าทางวง ‘AmeriKKKa’s Most Wanted’ แต่เขายังหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องของเพื่อนในวงเก่าในอัลบั้มอยู่

แต่ทาง N.W.A นั้นไม่รอช้า ในอีพีใหม่ ‘100 Miles and Runnin’ เปิดด้วยเพลงที่มีการดิส Ice Cube “We Started with five, but you / One couldn’t take it-So now it’s four / Cuz the fifth couldn’t make it.” วิดีโอในเพลงพรรณาถึงสมาชิกที่เหลือของ N.W.A อยู่ในคุก ขณะที่ Ice Cube จำลองถูกปล่อยตัว และปล่อย “Real Niggaz” การดิสแบบเต็มกำลังใส่ Ice Cube ด่าว่าเขาเป็นพวกขี้ขลาด ตั้งคำถามถึงความ real ของเขาต่ออุดมการณ์และเพื่อนตัวเอง อีพี ‘Kill at Will’ ในปี 1990 N.W.A ก็มีแซวๆ Ice Cube ในเพลง ‘Jackin’ For Beats’ อีก

เพลง ‘I Gotta Say What Up!!!’ ของ Ice Cube ลิสต์ศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจของเขา อย่างตำนานแรปเปอร์ Public Enemy Geto Boys และ Sir Jinx แต่ตอนจบเพลงนั้น เป็นการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ตอนที่ Ice Cube โดนถามว่า “Since you went solo, what’s up with the rest of the crew?” และโทรศัพท์ก็ถูกวางหูทันทีโดย Cube

กระนั้น N.W.A ยังแสดงให้เห็นถึงความเกลียดชังของสมาชิกคนเก่า และวิจารณ์เสียๆ หายๆ ไปถึง Ice Cube อยู่หลายเพลง อย่าง Interlude ‘A Message to B.A.’ มีเสียงเอคโคเพลง ‘Turn off the Radio’ จาก AmeriKKKa’s Most Wanted ของ Ice Cube เรียกเขาว่าเป็น “Benedict Arnold” ชื่อผู้ทรยศที่โด่งดังในประวัติศาสตร์อเมริกัน แล้วมีการขู่อย่างโจ่งแจ้ง ‘When we see yo’ ass, we con’ cut yo’ hair off and fuk you with a broomstick” โดย MC Ren ความขัดแย้งจึงเริ่มรุนแรงตรงนี้ แม้อัลบั้มแรก Ice Cube พยายามเลี่ยงการพูดถึงปัญหาเก่า แต่ใน ‘Death Certificate’ อัลบั้มถัดมา เขา sample และเริ่มทำการล้อเลียนเพลง ‘Message to B.A.’ ของ N.W.A

ทีเด็ดสุดคือเพลง ‘No Vaseline’ ที่โด่งดัง Ice Cube ด่าทางกลุ่มแบบตอบรับสมาชิกเรียงคน ใช้คำล้อเลียนสถานะเพศที่สามเพื่อพรรณาความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับผู้จัดการ Jerry Heller (ที่คุมเรื่องการเงินและเป็นคนผิวขาว) แบบรุนแรง (ประมาณว่าไปเลียไข่มันทำไม) และยังมีการใช้คำเหยียดเชื้อชาติอย่าง “Get rid of that devil real simple / Put a bullet in his temple / Cuz you can’t be the Niggaz 4 Life’ crew / With a white Jew Tellin’ you what to do” เพลงนี้ประทุประเด็นแนวคิดต่อต้านยิวของ Ice Cube และต่อมาโดนแบนในประเทศอังกฤษ

อัลบั้ม ‘Efil4zaggin’ ชุดที่สองของ N.W.A ต้องเผชิญหน้ากับความสำเร็จของงานเดี่ยว Ice Cube ในขณะนั้น อัลบั้มนี้ถูกยกให้เป็นงานชิ้นเอกของ Dr. Dre เพลง ‘100 Miles and Runnin’ คือจุดที่ Dr. Dre ใช้โปรดัคชั่นแบบ uptempo เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเป็น midtempo และเน้นที่ซาวด์สังเคราะห์ใส่บีท เริ่มที่ ‘Alwayz Into Somethin’ 1991 จากนั้นจีฟังก์ก็เข้ายึดครองเวสต์โคสต์รวมถึงอีสต์โคสต์เป็นเวลาหลายปี เป็นปฐมฤกษ์ของยุคสมัยใหม่

ในปี 1991 Niggaz4Life เป็นโปรเจ็คสุดท้ายของวง หลังจากที่ Dr. Dre และ The D.O.C. และ Michel’le ออกจาก Ruthless เพื่อเข้าค่ายใหม่ Death Row เพราะมีปัญหาเช่นเดียวกับ Ice Cube ด้วยข้อกล่าวหาถึง Eazy-E เกี่ยวกับการเซ็นสัญญาต่อซึ่งมีการเอาเปรียบเรื่องผลประโยชน์ จากนั้น Dr. Dre ได้ปล่อยอัลบั้ม ‘Fuck Wit Dre Day (And Everybody’s Celebratin’)’ กับ Death Row มีวิดีโอที่มีคาแร็คเตอร์ชื่อ Sleazy-E วิ่งขอเงินคนไปทั่วคนเป็นการล้อเลียนว่า Eazy เป็นพวกหลงนายทุนและหน้าเงิน แม้แต่คนที่สนิทกับ Eazy อย่าง MC Ren ก็แสดงความไม่พอใจต่อ Eazy-E ในปี 1994 เรียก Eazy ว่าเป็นพวก อวดเบ่งวอนนาบีซูเปอร์สตาร์ และแนะว่า N.W.A ควรรวมตัวใหม่แบบไม่มี Eazy-E ก็ได้

Dre ยังมีการแซะต่อถึงอัลบั้มอันยิ่งใหญ่ของเขา ‘The Chronic’ ทำให้ Eazy-E ต้องตอบกลับด้วยอีพี ‘It’s On 187um Killa เพลง ‘Real Muthaphuckkin G’s’ และ ‘It’s on’ Eazy-E ล้อเลียน Dr. Dre ด้วย ‘She Thang’ วิจารณ์ภาพลักษณ์ของ Dre กับ Snoop ว่าเป็นแค่ ‘Studio Gangsters’ พวก G เก๊ เก่งแค่ในห้องอัด ในเอมวี ‘Real Muthaphuckkin G’s’ นั้นมี Dre ที่แต่งหน้าและเครื่องประดับแวววาวแบบตัวเขาใน World Class Wreckin’ Cru และ Eazy ยังโจมตีอย่างต่อเนื่องในอีกหลายๆ เพลง จนกระทั่งเอดส์กลายเป็นผู้คร่าชีวิตของเขาในมีนาคม 16 ปี 1995

มีเรื่องกันจนเรื้อรังกับสมาชิกเก่าวุ่นวายกันทั้งวง หลังจากการเสียชีวิตของ Eazy พวกเขาถึงค่อยๆ กลับมาอธิบายความรู้สึกที่แท้จริงต่อกันในเพลง ‘Ruthless for live’ เพลง ‘What’s the Difference’ และ ‘Chin Check’ และ ‘Hello’ ‘Growin’ Up’ และ ‘I Need a Doctor’ ด้วยความรู้สึกผิดและเคารพในมิตรภาพที่อย่างน้อยทุกคนก็เคยมีให้กัน ซึ่งกรณีของ Dre และ Ice Cube ค่อยๆ สมานรอยร้าวแห่งความขัดแย้งไปตามกาลเวลา

วิถีของเวสต์โคสต์และซีน Gangsta Rap ค่อยๆ เลือนหายไปหลังจากการตายของ Tupac จนมีอัลบั้ม 2001 ของ Dr. Dre และคอนเสิร์ต Up In Smoke Tour เป็นสิ่งที่ประทุความนิยมขึ้นมาเป็นเฮือกสุดท้าย ต้นปี 00s มีบางครั้งที่สมาชิกวงเองก็ตั้งใจจะกลับมารวมตัวกันหลายอยู่ครั้ง (เคยเพิ่ม Snoop กับ Eminem เข้ามาชั่วคราว)

อย่างไรก็ตาม ด้วยปัญหาทางการแพลนงานของสามค่ายเพลงดัง Priority, No Limit และ Interscope ทำให้ปัญหาการเคลมชื่อ N.W.A ไม่สามารถลงอยู่ที่ใครได้เลย และสุดท้าย ‘Not These Niggaz Again’ ก็ไม่ได้ถูกสร้าง มีเพียงสองเพลงจากเซสชั่น นั้นคือ Chin Check และ Hello ซึ่ง Snoop Dogg ได้เป็นสมาชิกชั่วคราวของ N.W.A พวกเขายังโผล่ในอัลบั้มของกันและกันหนุนหลังกันต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

แม้ว่ากลุ่มได้แยกตัวไปตั้งแต่ 1991 และจบลงอย่างถาวรหลังจากการตายของ Eazy-E ผลงานขอพวกเขาก็ยังมีอิทธิพลต่อฮิพฮอพมาอีกอย่างน้อยสิบปี ความฟังก์และเบสเป็นแกนของบีทบีทบวกกับเนื้อหาเกรี้ยวกราดประโลมโลกในเพลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาตลอดปี ’90 ทั้ง Eminem, 50 Cent, The Game และแรปเปอร์แกงสเตอร์รุ่นต่อมาอย่าง Kendrick Lamar ก็ต้องยกย่อง N.W.A เป็นสิ่งที่ขึ้นหิ้งแปะผนังไว้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ

ผมว่าประวัติ N.W.A โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งก็เป็นอะไรที่คลุมเครืออยู่นะ ต่างฝ่ายก็เล่าให้ตัวเองดี เป็นกลางบ้าง อย่างในภาพยนตร์ Straight Outta Compton จะมี Dre เป็นพระเอก และ Eazy-E กับ Jerry เป็นตัวปัญหา แต่ในความจริงหลายคนก็มีมุมมองที่สนับสนุน Eazy เหมือนกัน

ทำไมเราถึงควรฟัง N.W.A ?

ถึงคุณจะไม่ได้ชอบ Gangsta Rap หรือไม่ชอบ Rap เลยด้วยซ้ำไป มันก็ยังมีเหตุผลดีๆ ที่เราควรให้คุณค่าและเคารพผลงานในอดีตของพวกเขาอยู่มา

N.W.A ไม่ได้มีแค่เพราะความอันตรายในแนวทางศิลปิน พวกเขาเต็มใจทำทั้งที่รับรู้ถึงความเสี่ยงอันตรายนั้น กล้าคิดกล้าทำเพื่อสร้างสิ่งที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง แล้วก็ยังทำได้สำเร็จ

ข้อคิดสำคัญที่สุด และที่ผมเห็นด้วยที่สุดจากบทสัมภาษณ์ของ Ice Cube ถึงความสำคัญของ N.W.A คือ

“Express Yourself”

” N.W.A ไม่ได้เปลี่ยนแค่ดนตรี แต่เราเปลี่ยน Pop Culture ทั่วโลกไปอย่างสิ้นเชิง เราเป็นตัวอย่างที่ทำให้ศิลปินทุกคนเชื่อว่ามีสิทธิ์ที่จะทำสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ถ่ายทอดสิ่งที่สิ่งที่ตัวเองคิด สิ่งที่เป็นอยู่จริงๆ ไม่ว่าจะในเพลงหรือตัวจริง เราต้องเป็นตัวของตัวเอง ปัญหาคำหยาบ เนื้อหารุนแรง และเซนเซอร์อะไรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลงในวิทยุ รายการทีวี เราคือผู้แหวกผ่านมันมาได้และทำให้ทุกคนยอมรับเรื่องเหล่านี้ได้มากขึ้น มันคือโลกก่อนหน้า N.W.A และ โลกหลังจาก N.W.A ”

Dr. Dre (1965)
Eazy-E (1964)
Ice Cube (1969)
MC Ren (1969)
DJ Yella (1967)
Arabian Prince (1965) [สมาชิกเก่า]


ผลงานปัจจุบัน

▶ Studio Album
Straight Outta Compton (1988)
Niggaz4Life (1991)

▶ Compilation
N.W.A. and the Posse (1987)

▶ EP
100 Miles and Runnin’ (1990)


ศิลปินที่คล้ายกัน

Compton’s Most Wanted
Cypress Hill
The D.O.C.
Above The Law
Public Enemy