The Beatles

Year Active 1960


“ เด็กๆ ในศษตวรรษที่ 21 ก็จะยังฟัง The Beatles “
คำกล่าวกึ่งโม้ของ Brian Epstein, ผู้จัดการวง The Beatles เมื่อ 55 ปีที่แล้ว

ใครจะเชื่อว่าเป็นความจริง

The Beatles คือหนึ่งในวงดนตรีอังกฤษจากเมืองลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในวงร็อคที่ประสบความสำเร็จที่สุดทั้งเรื่องการสร้างกระแสนิยม ความสำเร็จเชิงพาณิชย์ อิทธิพลทางวัฒนธรรมดนตรี เป็นอันดับต้นๆ ตลอดกาลของโลก The Beatles กำเนิดระหว่างคนรุ่น Baby Boomer ในสมัยที่โลกกำลังฟื้นฟูตัวเองจากสงครามโลกและเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ของการปฏิวัติไอเดียทางสังคม อุดมการณ์ วัฒนธรรม ศิลปะ และอุตสาหกรรมดนตรี หลังทศวรรษ 1950s

สิ่งที่ทำให้ The Beatles ป๊อปขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น เริ่มต้นด้วยการสร้างภาพลักษณ์ของสี่หนุ่มหน้าใสอารมณ์ดีจากเมืองผู้ดี
มีไลน์อัพอันโด่งดังคือ Paul McCartney, John Lennon, Ringo Starr และ George Harrison ก่อนนี้ The Beatles เคยมีมือเบสชื่อ Stuart Sutcliffe แต่ออกจากวงไปในปี 1962 และมือกลอง Pete Best ถูกเปลี่ยนโดย Ringo Starr ในปี 1963 เพราะเห็นว่ามีคุณสมบัติบางอย่างเข้ากับคอนเซ็ปของวงในขณะนั้นมากกว่า

เอาแบบย่อสุดๆ คือ ในช่วงที่ John – Paul – Geouge – Ringo เป็นวัยรุ่นประเภทที่หลงไหลในเสียงเพลง มีไอดอลเป็นนักดนตรีร็อคแอนด์โรล/แจ๊สรุ่นเก่าๆ ไม่ต่างกับปัจจุบัน พวกเขาอาศัยอยู่บ้านใกล้เมืองเคียงกัน เริ่มจากมีคนพา Paul ไปแนะนำตัวและได้เข้าร่วมวงที่ John ตั้งขึ้นที่โรงเรียน ต่อมา George ถูกชวนเข้าโดย Paul อีกที ส่วน Ringo เข้ามาแทนที่ Pete ภายหลัง พวกเขาฟอร์มวงขึ้น เปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็น The Beatles รวมเอาคำว่า Beats กับ Beetles ที่แปลว่าเต่าทอง โดยไอเดียมาจากนิมิตฝันของ John
.
ช่วงเริ่มแรกพวกเขาป็นแค่กลุ่มเด็กๆ ที่ได้เล่นดนตรีสดตามคลับทั่วอังกฤษ ไปถึงย่านบาร์เปลือยในเยอรมณี แบบงานหนักหามรุ่งหามค่ำ ก่อนจะได้มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง มีโอกาสเซ็นสัญญาสั้นๆ กับค่าย Polydor ก่อนจะไปเข้าตาผู้จัดการ Brian Epstein ได้ดึงตัวพวกเขาย้ายไปอยู่กับ EMI และเริ่มต้นร่วมงานกับสุดยอดโปรดิวเซอร์คู่บุญ George Martin ประเดิมด้วยอัลบั้มชุดแรกอย่างเป็นทางการ ‘Please Please Me’ ดังเป็นพลุแตกทันที เรียกได้ว่าช่วงแรกนั้น The Beatles เห็นซิงเกิลตัวเองประจำอยู่อันดับ 1 เป็นปกติวิสัย

The Beatles เริ่มต้นด้วยการสร้างเพลงรักหวานสดใสซึ่งสามารถเจาะกลุ่มสาวน้อยใหญ่ทั่วโลกพากันออกอาการคลั่งไคล้เป็นประวัติการณ์ ที่เคยเรียกกันว่า ‘Beetlemania’ ในบรรดาวงดนตรีสไตล์เดียวกันทั้งหลายที่กำลังเป็นที่นิยมยุคนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย แต่เพลงของ The Beatles และหน้าตาของพวกเขาปรากฏออกมาโดดเด่นที่สุดในหน้าหนังสือพิมพ์และจอโทรทัศน์ขาวดำ และมีแต่จะทวีคูณขึ้นไปอีกเมื่อพวกเขาเลือกเจาะตลาดแฟนเพลงให้กว้างขึ้นด้วยการออกทัวร์ พิชิตอเมริกา และขยายต่อๆ ไปอีกทั่วโลก

ทว่า เพลงของ The Beatles ค่อยๆ มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา (ซึ่งถือว่าเกิดขึ้นรวดเร็วมากในช่วงเวลาสั้นๆ ระยะที่วง active จริงๆ จะอยู่ประมาณปี 1960 – 1972) ด้วยความตั้งใจของทางวงที่จะอยากจะยกระดับคุณภาพเพลงแบบไม่หยุดหย่อน ด้วยกลัวว่าพรสวรรค์ตัวเองจะถูกกลบไปโดยเสียงกรี๊ดอันบ้าคลั่งของแฟนๆ และด้วยความอิ่มตัวจากการหาชื่อเสียงเงินทองจากการทำเพลงแบบเดิม ๆ ในฐานะบอยแบนด์ พวกเขาจีงหันไปอุทิศ Passion ทั้งหมดให้กับการสร้างสรรค์ทำเพลง งดออกทัวร์ เลิกเอาใจแต่แฟนเพลง เลิกใช้วิธีโปรโมทแบบเดิมๆ จากค่ายเพลง

เราจึงสามารถแยก period ของวง The Beatles ออกเป็นสองช่วงใหญ่ๆ คือ ก่อน และ หลัง อัลบั้ม ‘Rubber Soul’ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้สี่เต่าทองได้ทดลองซาวด์ดนตรีแปลกใหม่ ประกอบกับการมาของไอเดีย ‘คอนเซ็ปอัลบั้ม’ สำหรับวงดนตรีช่วงปี 1960s คืออัลบั้มที่ทุกเพลงจะประกอบไปด้วยธีมหรือเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกแบบเฉพาะให้อยู่ในอัลบั้มนั้นๆ มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน แตกต่างจากอัลบั้มรูปแบบเดิมที่อัดแน่นไปด้วยเพลงอะไรก็ได้ที่ตั้งใจทำให้ติดตลาดง่ายที่สุดเท่านั้น

รวมถึงการเข้ามาเทียบเคียงของวงน้องใหม่ต่างๆ เริ่มกดดันให้พวกเขาไม่ยอมหยุดที่จะอัพเดทฝีมือเพื่อรักษาอันดับไว้ The Beatles จึงสามารถแข่งขันหรือมีซาวด์ดนตรีที่แอดวานซ์นำหน้าวงอื่นอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Rolling Stones, The Beach Boys, Herman’s Hermits, The Doors, The Kinks, Pink Floyd และอื่นๆ โดยที่ความนิยมทางการตลาดก็ไม่ได้ลดยิ่งหย่อนไปน้อยกว่าใครเช่นกัน ถ้าอยากรู้ว่า The Beatles เคยไปไกลขนาดไหนให้ลองฟังอัลบั้ม ‘Sgt. Pepper’s Lonely Heart Club Band’ หรือเพลง ‘Revolution 9’

สำหรับวงร็อคที่ทำเพลงสร้างความสุข ความรัก ความหวังให้กับผู้คน ชีวิตของพวกเขานั้นไม่ได้สวยหรูเสมอไป หลายๆ ช่วงที่สมาชิกวงมีปัญหาในการทำงานกัน เช่นหมดไอเดีย โปรเจ็คย่อยต่างๆ ไม่ประสบความสำเร็จ เบื่อหน่ายวิถีชีวิตเดิมๆ และเริ่มหันไปหาเส้นทางใหม่ทางใครทางมัน ซึ่งก็เกิดขึ้นได้เรื่อยๆ เช่นปัญหาที่ Paul ไม่พอใจที่ John เริ่มหนีจากวงไปใช้เวลาอยู่กับคนรัก Yoko Ono หรือการปลีกวิเวกไปอินเดียของ George หรืออาการน้อยใจของ Ringo ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมทำเพลงกับวงเท่าที่ควร และเรื่องภายในอื่นๆ อีกที่เราคงไม่มีวันรู้ ทำให้ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาเกือบ 10 ปีเริ่มจืดจางไปโดยที่ทุกคนก็รู้ตัวดี

แต่ตลกร้ายที่ผลงานอันยอดเยี่ยมที่สุดของพวกเขาก็เกิดขึ้นจากช่วงเวลาเหล่านี้ เหมือนกับว่าแรงกดดัน และอารมณ์แปรปรวนต่างๆ ได้ถูกนำไปลงกับงานที่พวกเขาตั้งใจทำไว้ทิ้งท้ายเพื่อจะได้แยกกันไปเสียที มีอะไรก็ใส่ไปเลยเต็มที่ จนเกิดเป็นอัลบั้มระดับตำนานอย่าง ‘White Album’ ‘Let It Be’ และ ‘Abbey Road’ หลังจากนั้นทุกคนก็ทิ้งไมค์ วางกีต้าร์ และเดินออกจากสตูดิโอไปบอกลาสถานะ The Fab Four ไปอย่างสงบ แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้จบเส้นทางอันยิ่งใหญ่ของวง The Beatles อย่างถาวร แท้จริง แบบโน-รียูเนี่ยนครบวงแน่นอนแล้วนั้น คือการเสียชีวิตของ John Lennon จากเหตุการณ์ฆาตกรรมอันโด่งดังโดยแฟนเพลงของตัวเองในปี ค.ศ. 1980


▶ Studio Album

Please Please Me (1963)
With the Beatles (1963)
A Hard Day’s Night (1964)
Beatles for Sale (1964)
Help! (1965)
Rubber Soul (1965)
Revolver (1966)
Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band (1967)
Magical Mystery Tour (1967)
The Beatles (“The White Album”, 1968)
Yellow Submarine (1969)
Abbey Road (1969)
Let It Be (1970)


ศิลปินที่คล้ายกัน

The Who
The Monkeys
The Rolling Stones
Electric Light Orchestra
The Kinks