Vanilla Ice

Year Active: 1985


Ice! Ice! Baby!

Vanilla Ice aka Elvis of Old School Hip Hop

โรเบิร์ต แมทธิว ฟาน วิงเคิล (Robert Matthew Van Winkle) คือศิลปินฮิพฮอพ-ร็อค นักกีฬา และนักแสดงจากเท็กซัส อเมริกา

ช่วงชีวิตไอซ์เติบโตมาพร้อมกับ Movement ตลอดช่วงสำคัญของพัฒนาการของฮิพฮอพ แบบเดียวกับตำนานแรปเปอร์คนอื่นๆ ไม่ว่าจะยุค 80s – 90s – 00s หรือไม่ว่าจะเป็นการแร็พ บี-บอย เบรกแดนซ์

แต่จุดที่เป็นแลนด์มาร์คสำหรับชื่อของเขา ได้ถูกสร้างไว้แค่ตอนเริ่มต้นเท่านั้น ก่อนจะทวีความเสื่อมกระแสลงอย่างรวดเร็วไตามกาลเวลา

ไอซ์เคยใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นเป็นนักกีฬามอเตอร์ไซด์วิบาก ขณะเดียวกันก็มีความสนใจพิเศษด้านดนตรีที่เน้นความเคลื่อนไหวของร่างกาย อย่างการเบรคแดนซ์ที่กำลังแพร่หลายทั่วท้องถนนรอบเมืองใหญ่ของอเมริกา

ด้วยสกิลการแร็พ บีทบอกซ์ และเต้น บวกกับความหน้าตาดีมีคาแร็คเตอร์ ไอซ์เข้าตาแมวมองและเคยถูกเลือกให้เป็นตัวเปิดให้กับเวทีของศิลปินใหญ่ๆ อย่าง EPMD, Public Enemy, N.W.A, MC Hammer, Ice T มาแล้ว ก่อนจะถูกดึงเข้าค่ายเพลงอิสระ Ichiban Records

ซึ่งนั่นคือก่อนที่ไอซ์จะสามารถสร้างชื่อของตัวเองขึ้นมาเทียบชั้นใหญ่เหล่านั้นได้สำเร็จ
ด้วยซิงเกิล ‘Play That Funky Music’ และ ‘Ice Ice Baby’ ที่ทางค่ายพยายามดันไอซ์ให้เข้าคลื่นวิทยุ โทรทัศน์ ได้เป็นอันดับแรก และรอการก่อตัวของฐานแฟนคลั

หลังจากความสำเร็จเบื้องต้น ไอซ์ถูกทาบทามจาก Public Enemy ให้เข้าค่าย Def Jam แต่สุดท้ายเขาเลือกเข้ากับ SBK Records ที่หลายคนในวงการถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยของไอซ์ และเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกา

แม้ว่าอัลบั้มเดบิวท์ (To the Extreme) ที่เป็นการทำใหม่ของอัลบั้ม Hooked จากค่ายเพลงเก่า จะประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม ประจำอยู่บนชาร์ตอันดับ 1 ถึง 16 สัปดาห์ ถึงขนาดที่เพลง Ice Ice Baby ได้เข้าชิงแกรมมี่ แต่แพ้ให้กับ LL Cool J

อัลบั้มเปิดไอซ์เป็นสไตล์ป๊อปแดนซ์ฟังก์ กึ่งแร็พ ที่มีเนื้อหาเรียบง่าย เน้นความสนุก จนถูกเทียบกับ MC Hammer เพียงแต่คนร้องเป็นคนผิวขาว

มีเรื่องเล่าว่าตอนที่ไอซ์พึ่งแบบดังสดๆ ใหม่ๆ นั้นก็โดน Suge Knight หัวโจกค่ายอันธพาล Death Row พร้อมบอดี้การ์ดเข้าหาไอซ์ในสไตล์ข่มขู่เรื่อยๆ มีครั้งหนึ่งที่พาไอซ์ออกไประเบียงห้องพักและบอกเป็นนัยว่าจะโยนเขาตกลงไปถ้าไม่ยอมเซ็นสิทธิ์ในการขายเพลงให้กับ Death Row

ปัญหาชีวิตไอซ์เริ่มตั้งแต่จุดนี้ นอกจากความพยายามของ SBK ที่จะยัดภาพลักษณ์แบบป๊อปสตาร์ เพลงแบบที่ต้องขายได้ให้กับไอซ์ SBK ยังแอบเขียนและเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของเขาโดยปราศจากความรู้เห็นของไอซ์ ลำบากไอซ์ต้องตามมาแก้ข้อมูลปลอมๆ นี้ทีหลัง ไอซ์พยายามปกป้องข้อมูลเรื่องชีวิตครอบครัวเขามาตลอด

ไอซ์เริ่มออกสายทัวร์ งานแสดงภาพยนตร์ ทีวีโชว์ ก่อนปล่อยอัลบั้ม Extremely Live เป็นอัลบั้มเดิมเพียงแต่อัดจากการแสดงสดพร้อมกับเพิ่มเพลงใหม่บางเพลง ซึ่งโดนตำหนิยับ ถือเป็นความพยายามแบบที่ไร้หัวคิดอีกครั้งของ SBK ในการพยายามขูดรีดทุกอย่างจากไอซ์โดยไม่มีการพัฒนาที่ตัวบุคคล

หลังจากสร้างชื่อได้แล้วไอซ์ก็หลุดโฟกัสกับการทำเพลงอยู่บ่อยครั้ง ไปเล่นกีฬาบ้าง ติดยาพัวพันกับคดีผิดกฎหมายต่างๆ ทำอสังหาบ้าง เรียกได้ว่าเริ่มถูกมองแบบไม่จริงจังจากสื่อบันเทิง เป็นพวกชายขอบของแร็พเกม หรือแม้กระทั่งแนวเพลงทั่วไปนั้นในอัลบั้มต่อๆ มานั้นไอซ์ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

‘Mind Blowin’ อัลบั้มที่สองที่ไอซ์ในปี 1994 ยังมีกลิ่นของสไตล์ funky hip hop กึ่งเล่นกึ่งจริงที่ตัวเองถนัด แต่ด้วยคุณภาพที่ดรอปลงมาอย่างน่าใจหาย

อัลบั้ม ‘Hard to Swollow’ และอีกหลายชุด Bi-Polar และ Platinum Underground จนถึง W.T.F (ซึ่งฟังแล้ว WT:F จริงๆ) ถัดมาบ่งบอกถึงการเบนความสนใจของไอซ์ไปที่แนวเพลงฮาร์ดร็อค พังค์ กรันจ์ และอื่นๆ ที่กำลังประทุในปี 90’ รวมถึงความพยายามจะเกาะ Wave ของแร็พ-ร็อค (Rage Against the Machine หรือ System of a Down) ซึ่งผลออกมาก็ เอิ่ม ดูไม่จืดเลย ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง จนไม่มีใครถือเขาเป็นเรื่องจริงจังอีกต่อไปแล้ว

นอกจากจำได้ว่าเป็นคนที่เคยทำเพลง ‘Ice Ice Baby’ (และคนที่เคยมี Diss เบาๆ กับ Eminem)

เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหากคุณเสิร์ชคำว่า Vanilla Ice ใน Google แล้วจะเจอแต่รูปของไอศครีมวนิลาหน้าตาน่าทานของจริงปนอยู่มากมายกับรูปของศิลปินผู้นี้

ปัจจุบันไอซ์ก็วนเวียนอยู่ในแวดวงบันเทิง กีฬา ทีวีโชว์ ช่วยเหลือเพื่อนศิลปินเก่าอยู่บ้างในฐานะผู้มีประสบการณ์ แต่ในนามของแรปเปอร์ซุปเปอร์สตาร์นั้นได้เลือนลางไปเกือบครึ่งศตวรรษแล้ว

ทำไมเราถึงควรฟัง Vanilla Ice ?

ในยุครุ่งเรืองเดียวกันนั้น KRS-One, LL Cool J และ Ice Cube ในฮิพฮอพซีนคือกระบอกเสียงทางสังคมของเด็กอเมริกันผิวสี ตรงกันข้ามกับ Vanilla Ice ผู้เข้ามากับคอนเซ็ปของหนุ่มผิวขาวเซ็กซี่ ล่าหญิง ซิ่งรถ และปาร์ตี้ให้หลุดโลก

และแม้ไอซ์จะถูกตีตราจากคนว่าเป็นเหมือน MC Hammer ผิวขาว คือธรรมชาติเป็น Performer Dancer มากกว่า Rapper และเพลงของเขาที่ออกไปทาง commecial ไม่เคยถูกยอมรับว่าดีขนาดนั้น
.
แต่เพลงของไอซืมีความโดดเด่นที่จารึกไว้ในยุคสมัยพร้อมกับพวก Beastie Boys, 3rd Bass และ House of Pain ว่าเป็นตัวแทนของคนผิวขาวพยายามมีส่วนเคลื่อนไหวในวัฒนธรรมฮิพฮอพ แล้วประสบความสำเร็จได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง Chuck D แ่หง Public Enemy ยกเครดิตให้เขาเป็นคนนำฮิพฮอพให้เป็นที่นิยมทางฝั่ง Southern Texus บ้านเกิดของเขาได้


ผลงานปัจจุบัน

▶ Studio Albums
Hooked (1989)
To the Extreme (1990)
Mind Blowin’ (1994)
Hard to Swallow (1998)
Bi-Polar (2001)
Platinum Underground (2005)
W.T.F. (Wisdom, Tenacity and Focus) (2011)


ศิลปินที่คล้ายกัน

MC Hammer
The Tuesdays
Will Smith
Milli Vanilli
New Kids on the Block